“ต๊ะ นรากร”ผู้ประกาศข่าวสาวโร่แจ้งตร. โดนเพจดังหลอกให้โอนเงินช่วยแมว-หมา

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ม.ค.ที่สน.วังทองหลาง น.ส.นารากร ติยายน หรือ ต๊ะ นรากร ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง อายุ 49 ปี พร้อมนายตุลย์ บุนนาค อายุ 37 ปี แอดมินเพจรักหมา เดินทางเข้าพบร.ต.อ.พิษณุ ทัศญาณ รองสว.(สอบสวน) สน.วังทองหลาง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กเพจหนึ่ง ในข้อหาฉ้อโกง หลังถูกผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวหลอกให้โอนเงินช่วยค่ารักษาสัตว์ เป็นมูลค่ากว่า 30,000 บาทต๊ะ นรากร กล่าวว่า เมื่อเดือนมีนาคม 2559 ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ”นปรางห์มณี น้อยหน่า ทองอนันต์” ได้ทักแชทเฟซส่วนตัวมาหาตน พร้อมนำภาพหมา และแมวที่ได้รับบาดเจ็บ และป่วยเป็นโรคมายังตนพร้อมขอให้ช่วยบริจาคเงินช่วยเหลือ ซึ่งตนรักและชอบช่วยเหลือสัตว์อยู่แล้ว จึงตัดสินใจโอนเงินช่วยเหลือไปเมื่อเดือน กรกฎาคม 2559 หลังจากนั้นผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ได้ทักแชทมาเพื่อขอเงินอีหลายครั้ง โดยอ้างว่าเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหารสัตว์ ฯลฯ รวมอีกกว่า 10 ครั้ง รวมยอดเงินที่โอนไปกว่า 30,000 บาท

ต่อมาตนเริ่มเอะใจ แต่ยอมรับว่าตนพลาดเองที่ไม่ได้เข้าไปตรวจสอบว่ามีการนำเงินไปช่วยเหลือสัตว์จริงหรือไม่ และไม่ได้ขอดูความคืบหน้าการรักษาแต่อย่างใด กระทั่งเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ตนเห็นข่าวว่านายตุลย์ แอดมินเพจรักหมา เข้าแจ้งความกับตำรวจบก.ปอท. ดำเนินคดีกับผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ตนจึงติดต่อไปยังนายตุลย์กระทั่งทราบว่าถูกหลอก กระทั่งตัดสินใจมาแจ้งความ

ต๊ะ นรากร กล่าวอีกว่า ตนอยากจะฝากไว้สำหรับคนที่จะช่วยเหลือหมาแมว ว่า ไม่อยากให้ไม่ไว้ใจจนไม่ช่วยเลย เพราะบางกรณีก็มีคนที่เป็นคนดี และต้องการช่วยเหลือสัตว์จริงๆ แต่ตนอยากให้ตรวจสอบให้ดี เพื่อป้องกันการถูกหลอก ขณะที่พลเมืองดีที่รับบริจาคก็ควรที่จะชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ให้ชัดเจน ให้ผู้ที่มีช่วยเหลือสบายใจว่าเงินพวกเขาได้ช่วยเหลือสัตว์อย่างแท้จริง

ด้านนายตุลย์ กล่าวว่า ตนพาน.ส.นารากรมาแจ้งความ และจะให้ปากคำกับตำรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติการณ์ของเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีบุคคลที่ถูกเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวหลอกรวมแล้วกว่า 11 ราย รวมมูลค่าหลักล้านบาท

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนรับเรื่องพร้อมลงบันทึกประจำวันไว้ ก่อนจะประสานตำรวจบก.ปอท. เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลและติดตามผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวมาสอบปากคำต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบสาวแสบ สร้างเฟซบุ๊กตุ๋น “อดีตนางเอกปลาบู่ทอง” สูญกว่า 8 หมื่นบาท

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 ก.ย. ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.สปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจและน.ส.อัจฉรา หรือเอ๋ ทองเทพ อดีตดารานักแสดงชื่อดัง และอดีตนางเอกปลาบู่ทอง ร่วมกันแถลงจับกุมน.ส.วิไลพร หรือฝน แจ่มใส อายุ 22 ปี ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.352/2559 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2559s__3645454พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากน.ส.อัจฉรา เข้าความแจ้งผ่านโครงการ You wiil never walk alone ว่ามีผู้แอบอ้างเป็นชาวต่างชาติผ่านเครือข่ายเฟซบุ๊ก ได้ติดต่อผ่านมายังผู้เสียหายพูดคุยตีสนิทจนเชื่อใจ อ้างว่าต้องการย้ายมาอยู่ประเทศไทย โดยจะส่งของผ่านทางด่านตรวจศุลกากร แต่เกิดขัดข้อง ไม่สามารถนำของออกมาจากด่านตรวจได้ ต้องเสียภาษีและค่าดำเนินการ น.ส.อัจฉรา หลงเชื่อโอนเงินไปให้ 2 ครั้ง มูลค่ารวม 80,000 บาท ต่อมาก็ได้ติดต่ออีกว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทองคำมูลค่ามหาศาล ต้องเสียเงินเพิ่มอีกกว่า 200,000 บาท น.ส.อัจฉรา เกิดเอะใจและแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบใช้เวลา 4 เดือน จึงสามารถขยายผลจับกุมได้ในที่สุด โดยน.ส.วิไลพร นั้นมีหน้าที่ปลอมเฟซบุ๊กใช้ชื่อฝรั่งแล้วประสานข้อมูลกับคนผิวสีซึ่งอยู่ต่างประเทศ อีกทั้งยังอ้างว่าทำงานอยู่ในเรื่องชิปปิ้งนำเข้าสินค้าผ่านทางศุลกากร พูดคุยให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโทรศัพท์ติดต่อขอให้โอนเงินเพื่อให้สินค้าได้ออกจากด่านตรวจศุลกากรs__3645457ด้านน.ส.อัจฉรา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.วิไลพร ได้เข้ามาตีสนิททางเฟซบุ๊ก อ้างว่าป่วยโรค เอสแอลอี เหมือนกัน และแสดงความเห็นอกเห็นใจ ก่อนจะติดต่อกันเรื่อยมาจนมีความสนิทสนมกัน จากนั้นน.ส.วิไลพร ก็อ้างว่าแฝนชาวต่างชาติซึ่งเป็นเศรษฐีจะมาอาศัยอยู่ที่เมืองไทย พร้อมทั้งบอกว่าจะส่งของมาให้ แต่ถ้าส่งมาที่ น.ส.วิไลพร จะเสียค่าใช้จ่ายเยอะ เพราะน.ส.วิไลพร อยู่ต่างจังหวัด จึงบอกว่าขอที่อยู่ของ น.ส.อัจฉรา เพราะอยู่ที่ กทม.จะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ด้วยความเชื่อใจ น.ส.อัจฉรา จึงให้ส่งที่อยู่ไปให้เพื่อไว้รับของ ระหว่างนั้นตนก็ได้รับการติดต่อจากชาวต่างชาติชื่อเดวิด อ้างว่าเป็นสามีของ น.ส.วิไลพร ติดต่อมาทางเฟซบุ๊ก บอกว่าของมาถึงแล้วแต่ติดอยู่ที่ศุลกากร ต้องนำเงินไปเสียค่าใช้จ่ายจึงจะนำออกมาได้ ขณะเดียวกัน น.ส.วิไลพร ก็ปลอมตัวเป็นชิปปิ้ง ลวงว่าของมาถึงแล้วแต่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งน.ส.อัจฉรา จึงโอนเงินไป 2 ครั้ง รวมแล้วเป็นเงินกว่า 80,000 บาท จากนั้นก็อ้างอีกว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของมีค่า ต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายอีก 2 แสนบาท ตนจึงเอะใจ ก่อนนำเรื่องมาปรึกษาตำรวจ และติดตามจับกุม น.ส.วิไลพร ได้
“พอรู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับตัวผู้ต้องหาได้รู้สึกดีใจมาก ไม่คิดว่าจะทำงานได้รวดเร็วขนาดนี้ และเมื่อตนมาเจอหน้าผู้ต้องหา ตนรู้สึกแค้นมากมือไม้สั่นไปหมด อยากจะกระโดดถีบให้หายแค้น คุณเอาเงินค่าเรียนของลูกฉันไป ยิ่งไปเห็นภาพในเฟซบุ๊กที่โพสต์ ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ซื้อทอง ซื้อของใช้มีราคา แล้วจะสร้างบ้านใหม่อีก แต่ต้องห้ามใจไว้ เพราะกลัวทำไปแล้วจะตกเป็นผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย จึงได้ยืนดูด้วยความเคียดแค้น หลังจากเรื่องนี้เกิดขึ้นทำให้ตนรู้สึกหวาดระแวง ทำให้ไม่ไว้ใจคนที่บอกว่าเป็นโรคเดียวกับเรามาเห็นใจเรา ทำให้เราต้องไปตรวจสอบคนที่ให้กำลังใจเรา” น.ส.อัจฉรา กล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาคุมตัวน.ส.วิไลพรและจะขยายผลไปยังเครือข่ายเบื้องหลังต่อไป ทั้งนี้น.ส.วิไลพรมีหมายศาลที่จังหวัดมีนบุรีอีกด้วย พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการออกหมายจับอีก 4 สน. ซึ่งจะได้ขยายผลคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

แห่ช่วย ‘น้องธาวิน’ ด.ช.พิการ 9 ขวบสู้ชีวิตยอดเงินพุ่ง 1.3 ล้าน แม่ห่วงลูกหวั่นตาบอดถาวร

จากกรณีที่ได้มีการนำเสนอข่าวด.ช.ธาวิน เขียวฉะอ้อน วัย 9 ขวบนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดตลาดใหม่ ต.ตลาดใหม่ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ที่พิการทางด้านสายตาและสมอง ประสบปัญหาในการเรียน มีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก แต่มีความขยัน สู้ชีวิต หลังเลิกเรียนนอกจากจะทำการบ้านของตัวเองแล้ว ยังจะไปช่วยตาแยกของเก่าเก็บขาย โดยอาศัยอยู่กับตายาย และแม่ โดยผู้เป็นแม่ก็มีความพิการด้วย รายละเอียดตามข่าวที่เสนอไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ก.ค.59 นั้น ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่บ้านเลขที่ 24 หมู่ที่ 4 ต.ตลาดใหม่ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นบ้านของด.ช.ธาวิน นายมณเทียร อ่อนสกุล นายกสมาคมวีอาร์กู้ภัยจังหวัดอ่างทอง นำคณะกรรมการบริหาร และเจ้าหน้าที่สมาคม เข้าเยี่ยมและมอบทุนการศึกษาให้กับน้องธาวิน โดยเมื่อไปถึงพบนางปุกทอง คำแก้ว อายุ 41 ปี แม่ของด.ช.ธาวิน นั่งอยู่ในบ้านจากการสอบถามนางปุกทอง กล่าวว่า หลังจากที่สื่อนำเสนอข่าวของน้องธาวินไป ก็มีประชาชนที่มีจิตเมตตาและหน่วยงานราชการต่างๆ เข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างไม่ขาดสาย ประชาชนบางคนบางกลุ่มที่ทราบข่าวก็เดินทางมาเยี่ยม และโทรมาสอบถามเรื่องของน้องธาวิน โดยได้มอบเงินและโอนเงินเข้ามาในบัญชีของตน เพื่อช่วยเหลือน้องธาวินเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุดตนนำสมุดบัญชีไปเช็กที่ธนาคาร มียอดเงินเข้ามามากเป็นจำนวนเงินสูงถึง 1,310,202 บาท โดยตนจะนำเงินในบัญชีให้น้องธาวินดู น้องธาวินถึงกับดีใจที่จะได้มีเงินรักษาตัวแล้ว นางปุกทอง กล่าวต่อว่า ตนดีใจไม่แพ้น้องธาวินเลย ที่จะมีเงินมารักษาน้องแล้ว โดยก่อนหน้านี้ไม่มีความหวังว่าจะรักษาน้องได้เลย เพราะค่าผ่าตัดแพงและครอบครัวก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ทำมาหากิน หาเช้ากินค่ำไปวันๆ ถึงแม้ตอนนี้จะได้เงินบริจาคมามาก แต่ตนก็ยังคงทำงานกันต่อไปเหมือนเดิม และจะพาน้องไปตรวจตามที่หมอนัด คือวันที่ 5 ส.ค.นี้ และจะปรึกษากับทางหมอว่าจะสามารถรับการผ่าตัดได้เลยหรือไม่ ซึ่งตนอยากให้ลูกรับการรักษาเลย เพราะหากปล่อยไว้นานกว่านี้ เกรงว่าน้องตาอาจจะบอดถาวรได้ น้องธาวิน กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจมาก ที่มีคนมีจิตเมตตาบริจาคเงินมาช่วยตนมากขนาดนี้ ตนจะเอาเงินจำนวนนี้ไปรักษาตัวเอง และเก็บไว้เรียนหนังสือ พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณทุกคนและทุกหน่วยงานที่สงสารตน เข้ามาช่วยเหลือตน โดยรับปากจะตั้งใจเรียน สร้างอนาคตให้ตัวเอง เป็นคนดีของสังคม และเลี้ยงแม่ เลี้ยงตากับยายให้ดี และที่สำคัญขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยนำเสนอเรื่องของตน จนทำให้มีประชาชนทราบข่าวบริจาคเงินมาช่วย หากไม่มีการนำเสนอข่าวของตนในวันนี้ ก็คงไม่มีวันดีๆ แบบนี้สำหรับชีวิตตน ขอขอบคุณจริง ๆ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากประชาชนต่างจะทยอยมาเยี่ยมและมอบเงินกับน้องธาวินที่บ้านแล้ว ยังมีหลายคนที่ไปเยี่ยมที่โรงเรียน และสอบถามความเป็นอยู่และอาการจากทางคุณครู ซึ่งทุกคนล้วนแต่มีจิตเมตตาสงสารน้องธาวินทั้งสิ้น

ที่มา>>>>ข่าวสด