สู้ชีวิต สาว ม.6 รับจ้างรายวันหาเลี้ยงปากท้อง น้อง 3 ชีวิต ยายป่วย

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งชาวบ้าน อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ว่ามี นร.ชั้น ม.6 เป็นเด็กสู้ชีวิต ฐานะทางบ้านยากจน อาศัยอยู่กับยายวัย 67 ปี และน้องอีก 3 คน ดิ้นรนทำงานรับจ้างช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ วันละ 150 บาท หาเงินเลี้ยงยาย เลี้ยงน้องๆ และส่งเสียตัวเองเรียน เนื่องจากแม่และพ่อผู้เป็นเสาหลักครอบครัว ต้องโทษถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดอำนาจเจริญ ส่วนบ้านที่อาศัยอยู่ก็มีสภาพทรุดโทรมเมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงที่บ้านหลังดังกล่าว ได้พบกับ น.ส.กิติญา พาตะวัน (น้องเฟิร์น) อายุ 17 ปี น.ส.สรารัตน์ พาตะวัน (น้องฟ้า) อายุ 15 ปี กำลังช่วยกันซักเสื้อผ้าของตนเองคุณยายและน้องอีก 3 คน และทำกับข้าวให้ยายและน้องรับประทาน โดยมีคุณยายแสน พาตะวัน อายุ 67 ปี และ ด.ช.ทักษิณ จารุชัย อายุ 11 ปี และ ด.ญ.อัชราวดี วัณโสภา อายุ 8 ปี วิ่งเล่นอยู่รอบๆ บ้าน เพื่อรอรับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากัน

คุณยายแสน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองมีลูกทั้งหมด 4 คน ซึ่งก่อนนหน้านี้ครอบครัวก็อยู่กันอย่างมีความสุขตามอัตภาพ แต่เมื่อปี 2553 สามีของตนได้เสียชีวิตลง ตนจึงได้มาอาศัยอยู่กับลูกสาวคนเล็กคือแม่ของน้องเฟิร์น และหลานอีก 4 คน ซึ่งแม่องน้องเฟิร์นมีสามีใหม่ เนื่องจากพ่อจริงของน้องเฟิร์น ทิ้งแม่ของน้องเฟิร์น ไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่ น้องเฟิร์น ยังเรียนอยู่ชั้นประถม จนกระทั่งเมื่อปี 2557 ลูกสาวกับลูกเขย มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับญาติพี่น้องกันเอง จนถึงขั้นต้องถูกดำเนินคดี

เนื่องจากลูกเขย เคยมีประวัติพัวพันเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งปัจจุบันทั้งคู่ถูกต้องโทษคุมขังที่เรือนจำจังหวัดอำนาจเจริญ ตนจึงต้องรับภาระเลี้ยงดูน้องเฟิร์น และหลานอีก 3 คน เพียงลำพัง ด้วยการออกไปรับจ้างทำงานทั่วไป หาเงินมาเลี้ยงหลานๆ จนเมื่อน้องเฟิร์น อายุได้ 14 ปี ตนเองก็ได้ป่วยเป็นโรคตาต้อกระจก ทำให้การมองเห็นไม่ชัด หยิบจับทำอะไรก็ลำบากไม่เหมือนแต่ก่อน ทำให้ไม่สามารถรับจ้างทำงานได้เหมือนเดิม ทำให้น้องเฟิร์นต้องออกไปทำงานตั้งแต่อายุเพียงแค่ 14 ปี เท่านั้นน.ส.กิติญา หรือน้องเฟิร์น กล่าวว่า ตนเริ่มออกทำงานแทนคุณยายตั้งแต่อายุ 14 ปี เนื่องจากคุณยายมีปัญหาทางสายตา ตนจึงต้องกลายเป็นเสาหลักของครอบครัว ทำงานหาเงินเลี้ยงคุณยาย และน้องๆ อีก 3 ชีวิต ด้วยการรับจ้างทำความสะอาดบ้านให้กับครูที่เคยสอนตนเอง เมื่อครั้งยังเรียนชั้นประถม ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ โดยได้รับค่าจ้างวันละ 150 บาท เพื่อนำเงินมาซื้อข้าว ซื้อน้ำ และแบ่งเงินให้น้องๆ แต่ละคนไปโรงเรียน ส่วนตนและน้องฟ้านั้นต้องพากันห่อข้าวและน้ำไปกินที่โณงเรียน เนื่องจากไม่มีเงินซื้ออาหารที่โรงอาหารกินเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆ และตนเองตั้งใจไว้ว่าจะตั้งสอบให้ติดครู เพื่อที่จะมีเงินเลี้ยงน้อง ส่องให้น้องได้เรียนสูงๆ เพื่อที่จะมีอนาคตที่ดี และดูแลยายที่เลี้ยงดูตนเองมาตั้งแต่เด็ก

ขณะที่ทางด้าน นายวชิรศักดิ์ บัวศรี รองผู้อำนวยการ รร.อำนาจเจริญพทยาคม กล่าวว่า เด็กทั้งสองคนเป็นเด็กดี มีความขยันหมั่นเพียร และมีผลการเรียนที่ดี เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 อีกทั้ง ยังมีจิตอาสาช่วยงานคุณครูและกิจกรรมของทางโรงเรียนอยู่ประจำ และยังได้ใช้เวลาว่างในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ออกทำงานรับจ้างหาเงิน เพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว เลี้ยงดูยายและน้องๆ อีก 3 คน ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีของเพื่อนนักเรียนอย่างไรก็ตาม หากมีผู้ใจบุญสนใจที่จะให้ความช่วยเหลือน้องเฟิร์น สามารถติดต่อมาทางโรงเรียนได้ หรือที่เลขที่บัญชี 5202537544 ธ.ไทยพานิชย์ สาขาอำนาจเจริญ ชื่อบัญชี น.ส.กิติญา พาตะวัน

ที่มา>>>ข่าวสด

วิกฤติ เมืองคอนไม่มีน้ำ! ประกาศปิดวิทยาลัยอาชีวะ พบ นศ.ต้องกลั้นฉี่

น้ำประปาไม่ไหลที่เมืองคอนยังวิกฤติ ล่าสุด วิทยาลัยอาชีวศึกษาฯ ประกาศปิดการเรียนการสอน 1 สัปดาห์ จนกว่าน้ำประปาจะไหลเป็นปกติ พบ นศ.หญิงกลั้นฉี่ กลับไปถ่ายที่บ้านหลังเลิกเรียน จนป่วยกระเพาะปัสสาวะอักเสบหลายราย…

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รายงานวิกฤติน้ำประปาไม่ไหลในเขตเทศบาลนครศรีธรรมราช นานกว่า 1 เดือนแล้วยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หลังจากที่ทาง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช และประชาชนในเขตเทศบาลกว่า 6 หมื่นครัวเรือนประสบความเดือดร้อนอย่าหนักเพราะขาดน้ำประปาใช้ในการอุปโภคบริโภค เรียกว่าเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า จนมีประชาชนชาวนครศรีธรรมราชอดรนทนไม่ไหวออกมาชุมนุมประท้วงที่บริเวณหน้า สนง.เทศบาลนครนครศรีธรรมราชเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารเร่งแก้ไขปัญหาน้ำประปาไม่ไหลโดยด่วน และไม่ยอมให้ทางเทศบาลซื้อน้ำประปาจากเอกชน รวมทั้งเข้าร้องเรียนกับทางศูนย์ดำรงธรรมเพื่อให้ทางจังหวัดเสนอไปยัง คสช.ใช้ ม.44 ปลด ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราชที่บริหารจัดการน้ำประปาล้มเหลว(คนคอนร้อง คสช.ใช้ ม.44 ปลด เชาวน์วัศ จี้ถอนมติ ซื้อประปา 30 ปี)ล่าสุดวันนี้(19 พ.ค.)นายสุรพล โชติธรรมโม ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช ได้ประกาศหยุดการเรียนการสอนของนักเรียนนักศึกษาทุกระดับชั้น ตั้งแต่วันที่ 23-27 พ.ค.นี้ เนื่องจากเกิดภาวะวิกฤติน้ำประปาไม่ไหลในวิทยาลัย ทำให้ส่งผลกระทบต่ออนามัยและการเรียนการสอนของ นักเรียนนักศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจสภาพทั่วไปของวิทยาลัยอาชีวนครศรีธรรมราช พบว่านักเรียนนักศึกษาต่างได้รับความลำบากจากการใช้ห้องน้ำเป็นอย่างมาก  ทางวิทยาลัยต้องปิดป้ายประกาศห้ามใช้ห้องน้ำ เนื่องจากน้ำไม่ไหลและมีกลิ่นเหม็นรบกวนไปทั่ววิทยาลัย ขณะที่บริเวณโรงอาหาร บรรดาแม่ค้าต่างขาดแคลนน้ำในการล้างภาชนะนายสุรพล โชติธรรมโม ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า การประกาศปิดการเรียนการสอนในครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกของการเปิดวิทยาลัยมากว่า 100 ปี ไม่เคยมีมาก่อน เพราะปีนี้แล้งวิกฤติจริงๆ น้ำประปาไม่ไหลมานานแรมเดือน ทางวิทยาลัยต้องขอความช่วยเหลือน้ำจากทางเทศบาลและวิทยาลัยการอาชีพนครศรีธรรมราชมาใส่ถังบรรจุน้ำของวิทยาลัยวันละ 3 หมื่นลิตร แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของ นักเรียนนักศึกษาและบุคลากรของวิทยาลัยที่มีจำนวนถึง 4,500 คน จนห้องน้ำไม่สามารถใช้การได้ โรงอาหารก็ไม่สามารถใช้ล้างภาชนะและทำอาหารได้ตามปกติ“นักเรียนนักศึกษาของวิทยาลัยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง หลายคนยอมอดกลั้นปัสสาวะไม่ยอมถ่ายปัสสาวะที่วิทยาลัย เพราะไม่มีน้ำมาชำระล้าง โดยจะยอมกลับไปถ่ายปัสสาวะที่บ้านพักหรือหอพัก ทำให้ นักเรียนนักศึกษาป่วยเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบหลายคนแล้ว และที่สำคัญน้ำที่ได้รับการแจกจากหน่วยงานต่างๆ ก็มีความไม่สะอาด เกรงว่าจะมีผลต่อสุขภาพกับนักเรียนนักศึกษาและบุคคลากรได้ในภายหลัง จึงมีความจำเป็นต้องประกาศปิดการเรียนเป็นเวลา 1 สัปดาห์จนกว่าสถานการณ์น้ำประปาจะไหลเป็นปกติ” นายสุรพล กล่าว

ด้าน ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ปัญหาภัยแล้งปีนี้รุนแรงจริงๆ ทำให้น้ำดิบตามแหล่งต่างที่จะนำมาใช้ผลิตน้ำประปาลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งตนและฝ่ายบริหารกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการหาแหล่งน้ำดิบมาใช้ผลิตน้ำประปา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเขตเทศบาล โดยล่าสุด ได้เช่าบ่อดินจากเอกชนเพิ่มอีก 2 บ่อ คาดว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่งเพื่อให้น้ำประปาไหลได้แน่นอน ส่วนญัตติที่เทศบาลจะซื้อน้ำประปาจากเอกชนระยะเวลา 30 ปีนั้น ตนยืนยันว่ามีประโยชน์มาก และสามารถแก้ปัญหาน้ำประปาขาดแคลนได้อย่างถาวร ขอให้ประชาชนเข้าใจตามนี้ด้วย.

ที่มา>>>Thairath