นาทีรวบ2ช่างแอร์ ซุกยาไอซ์จากเมืองกรุงฯ มาจนมุมตำรวจสุพรรณ!!

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี วางแผนติดต่อล่อซื้อยาไอซ์จากแก๊งค้ายาเสพติด โดยนัดส่งมอบยาไอซ์บริเวณริมถนนหน้าหมู่บ้านการเคหะอู่ยา ต.ดอนกำยาน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เมื่อถึงเวลานัดหมายมีรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ส สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆณ 7066 กทม. ขับเข้ามาจอดยังจุดนัดพบโดยมีชาย 2 คนนั่งอยู่ในรถ201612122051353-20160615150820จากนั้นชายนั่งเบาะหน้าซ้ายลงมาสอบถามสายลับ“ว่าเงินครบไหม” แล้วเดินกลับไปที่รถนำยาไอซ์มาส่งให้ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดักซุ่มอยู่จึงแสดงเข้าจับกุมไว้ได้ ทราบชื่อต่อมาคือ นายอนุชิต นุชวงษ์ อายุ 38 ปีอยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 6 ต.วังน้ำเย็น อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี และ นายณัฐวุฒิ แจ่มกระจ่าง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68/10 หมู่ 3 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พร้อมของกลางยาไอซ์ 15.3 กรัม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง เงินสดล่อซื้อ 12,000 บาท จากนั้นควบคุมตัวไปตรวจค้นห้องพักพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่อีก 4.7 กรัม201612122051367-20160615150820จากการสอบสวนนายอนุชิต ให้การว่า เพิ่งพ้นโทษออกมาในคดีครอบครองยาเสพติด แล้วไปทำงานเป็นช่างแอร์อยู่ที่กรุงเทพฯ ก่อนไปเจอนายณัฐวุฒิ ที่มาสมัครเป็นลูกมือช่วยซ่อมแอร์ ซึ่งนายณัฐวุฒิ มียาไอซ์ไว้เสพและจำหน่ายจึงแบ่งให้ตนเสพด้วย ก่อนจะบอกให้ตนช่วยหาลูกค้าให้ โดยจะแบ่งยาไอซ์ให้เสพเป็นค่าตอบแทน ตนจึงหาลูกค้าให้แล้วขับรถพากันมาส่งยาไอซ์โดยไม่รู้ว่าลูกค้าคนนี้เป็นสายลับของตำรวจ201612122051354-20160615150820ด้านนายณัฐวุฒิ สารภาพพ้นโทษคดียาเสพติดออกมาในเดือนกันยายนที่ผ่านมา และติดยาไอซ์อย่างหนักจึงไปรับยาไอซ์จากนายอ้น ไม่ทราบชื่อจริงราคากรัมละ 900 บาทมาเสพและขายหาเงินใช้ โดยติดต่อกับลูกค้าผ่านทางเซฟบุ๊ก จนกระทั่งให้นายอนุชิตช่วยหาลูกค้าให้แล้วมาถูกจับในที่สุด ตำรวจจึงแจ้งข้อหามียาไอซ์ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันจำหน่ายยาไอซ์ ควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ตรังป่วนอีก!! เจอบึ้มเก๊ หมกป่าหลังตลาดกลางเมือง อีโอดียิงทำลายระทึก! คาดฝีมือวัยรุ่นคะนอง

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ร.ต.อ.เอกลักษณ์ ศักดิ์ชัยนันท์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง จ.ตรัง รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบวัตถุต้องสงสัย บริเวณหลังตลาดชินตา ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง จึงประสาน ร.ต.ท.ชัชนันท์ อีนหมัน หัวหน้าชุดหน่วยเก็บกู้ระเบิด หรืออีโอดี ศรีตรัง ร่วมรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.เอกณรงค์ สวัสดิกานนน์ ผกก.สภ.เมืองตรัง ร.ต.อ.ก้องวิทย์ พลนาค รอง สวป.201610062156472-20021028190209ที่เกิดเหตุพบวัตถุประกอบคล้ายวัตถุระเบิดแสวงเครื่องทิ้งอยู่ในพงหญ้า หน่วยอีโอดีจึงตัดสินใจใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลาย จากการตรวจสอบพบวัตถุดังกล่าวมีสก็อตเทปสีดำพันติดอยู่กับโทรศัพท์มือถือโนเกียและกระป๋องสเปรย์ต่อพ่วงสายไฟมัดติดก้อนดินน้ำมัน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานส่ง ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน จว.ตรัง ตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงของคนร้าย และที่มาของอุปกรณ์ดังกล่าว201610062156475-20021028190209พ.ต.อ.เอกณรงค์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้สันนิษฐานว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนอง ที่มีพฤติกรรมเลียนแบบหลังจากที่มีข่าววางระเบิดด้วยการใช้โทรศัพท์มือถือช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าระหว่างที่พกพาเจอด่านตรวจเลยโยนทิ้งลงข้างทาง เนื่องจากช่วงนี้เจ้าหน้าที่ตรวจเข้มงวด เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าจุดดังกล่าวเป็นจุดอับไม่มีกล้องวงจรปิด จึงต้องไล่ดูกล้องทั้งหมดเพื่อแกะรอยไปถึงตัวผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุวุ่นวายว่ามีเป้าประสงค์เพื่ออะไร ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนกกับเรื่องนี้ เป็นเพียงแค่การก่อกวนและจุดพบวัตถุดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบกับจุดที่ผู้คนพลุกพล่านจับจ่ายใช้สอยในตลาดยามค่ำคืน201610062156471-20021028190209ขณะที่ พ.อ.ธวัชชัย รักอาชีพ รอง ผอ.กอ.รมน.ตรัง กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการบกพร่องด้านการข่าว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นวัตถุต้องสงสัยไม่ใช่วัตถุระเบิด ซึ่งเป็นความประสงค์ของผู้ไม่หวังดี แต่ขณะนี้ยังไม่เจาะจงว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด ในส่วนของตลาดได้ขอความร่วมมือให้มีการเพิ่มรปภ. ทำงานให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนอย่าไปหวั่นวิตกหรือตื่นตระหนกกับแหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด! สาวยูกันดา โดดคอนโดดับ เพื่อนช็อกพยายามเขย่าตัวให้ฟื้น เร่งสอบเหตุ

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 3 ต.ค. พ.ต.ท.ประดิษฐ์ ปลายด่วน สว.(สอบสวน) สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งมีผู้พลัดตกจากอาคารเสียชีวิต บริเวณริมกำแพงสุขสวัสดิ์ ที่บริเวณคอนโดแห่งหนึ่ง ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นอาคาร สูง 23 ชั้นบริเวณริมคลองแจงร้อน ติดกับกำแพงปูนเจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.ชาลอน ฮูไบลา นามาคุลา (Sharon Hubailah Namakula) อายุ 22 ปี ชาวอูกันด้า สภาพศพนอนคว่ำหน้าอยู่บนรากไม้ สวมเสื้อกล้ามสีดำ กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ตรวจสอบพบว่าที่หน้าอกยุบ ลำตัวฟกช้ำขาทั้งสองข้างหัก ในกระเป๋ากางเกงพบโทรศัพท์มือถือสีขาว สภาพพังยับเยิน นอกจากนี้ ตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณริมกำแพงฝั่งคอนโดฯ พบกระเป๋าหนังแบบผู้หญิง สีดำ 1 ใบ ภายในมีเล่มพาสปอร์ตคาดว่าเป็นของผู้ตาย 1 ใบ เอกสารส่วนตัวอีกจำนวนหนึ่ง และรองเท้ารัดส้นแบบผู้หญิง สีขาว 1 ข้างตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานs__2302058จากนั้นนายอัชลี่ แดนเนียล (Ashley Danniels) อายุ 30 ปี ชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตาย ที่พักอยู่ห้องเลขที่ 344 ชั้น 16 ของคอนโดดังกล่าว รีบเดินทางยังที่เกิดเหตุ ก่อนจะกระโดดลงไปในคลองแล้วพยายามเขย่าตัวปลุกผู้ตาย แต่ไม่เป็นผล โดยตะโกนทั้งร้องไห้ด้วยความโศกเศร้าและขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ
จากกการสอบสวน รปภ.คอนโดฯ เปิดเผยว่า สำหรับนายอัชลี่ เบื้องต้นทราบว่ามีอาชีพเป็นครูสอนภาษาโรงเรียนปัญญาศักดิ์ ย่านสุขสวัสดิ์ โดยเช่าห้องพักที่คอนโดดังกล่าวอยู่เพียงคนเดียวได้ประมาณ 2 เดือน ก่อนเกิดเหตุประมาณเที่ยงคืน นายอัชลี่ ได้ออกไปเที่ยวเตร่ยามราตรีตามเวลาปกติอยู่บ่อยๆและจะมีหญิงสาวผิวสีหรือมีผู้ชายไทยลักษณะเหมือนกระเทยตามมาด้วยประมาณ 2 ครั้ง กระทั่งเวลา 02.00 น.นายอัชลี่ เดินทางกลับมายังห้องพักพร้อมผู้ตาย จากนั้นเวลาประมาณ 04.00 น. นายอัชลี่ วิ่งมาบอกเจ้าหน้าที่รปภ.ของคอนโดฯว่า น.ส.ชาลอน ตกจากห้องพักลงมาริมคลองแจงร้อน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบทันทีs__2302048ด้านพ.ต.ท.ประดิษฐ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบภายในห้องพักของนายอัชลี่ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด เมื่อสอบถามนายอัชลี่เบื้องต้นให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนั่งเล่นกับน.ส.ชาลอน อยู่ในห้องพัก จากนั้น ได้มีคนติดต่อเข้าโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย โดยขณะที่ผู้ตายคุยโทรศัพท์อยู่นั้นเกิดมีปากเสียงทะเลาะกับคนที่สนทนาในสายโทรศัพท์ก่อนจะกระโดดลงมาจากห้องพักเสียชีวิต หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนนายอัชลี่เพิ่มเติม พร้อมส่งศพชันสูตรที่ รพ.ศิริราช เพื่อสรุปสาเหตุครั้งนี้ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

อือฮา!สาวเทศบาลเข้าป่าวันหยุดเจอเห็ดเผาะยักษ์ 3 ลูกไซส์เท่าไข่เป็ด

 เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. นางจุราภรณ์ ศรีวงค์ พนักงานเทศบาลตำบล (ทต.) บ้านต๊ำ อ.เมือง จ.พะเยา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ตนกับเพื่อนบ้านจากบ้านต๊ำออกจากบ้านตั้งแต่ 05.00 น. เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ เพื่อออกไปหาเก็บเห็ดเผาะที่ป่าบ้านภูเงิน หมู่ 13 ต.แม่ปืม อ.เมือง จ.พะเยา ซึ่งจากบ้านไปถึงป่าบ้านภูเงินใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง ถึงป่าที่หมายเวลา 08.00 น. เริ่มเข้าป่าไปหาเห็ดเผาะ การเดินทางเป็นไปอย่างลำบาก เพราะทางเป็นถนนลูกรัง ข้ามลำห้วยมีหินก้อนใหญ่กระจายเต็มตลอดทาง หากขับขี่รถไม่ระวังก็จะล้มได้รับอันตรายทันที แต่เพราะเป็นคนชอบทานเห็ดเผาะและชอบเข้าป่าหาเห็ดจึงไม่ยอมแพ้ความลำบาก นางจุราภรณ์ กล่าวต่อว่า เมื่อถึงป่าที่เป็นแหล่งเห็ดเผาะแล้ว ก็แยกกับเพื่อนบ้านออกไปหาเห็ดเผาะคนละทางต่างคนต่างหา ปรากฏว่าเพื่อนบ้านไปพบดินที่พูนสูงขึ้นมาเล็กน้อย คนที่รู้แหล่งที่อยู่ของเห็ดเผาะก็จะรู้ทันทีว่าเป็นดินที่อยู่ของเห็ดเผาะ จึงขุดดินออกอย่างเบามือและก็จะพบว่ามีเห็ดเผาะซุกอยู่ในดิน 3 ลูก แต่พบว่าเป็นเห็ดเผาะขนาดใหญ่ คิดว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบเห็นมา ตนเก็บได้ประมาณ 2-3 กิโลกรัม เพื่อนบ้านก็ได้ใกล้เคียงกัน ทุกคนเห็นก็รีบพากันใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเก็บเป็นหลักฐาน วางเห็ดเผาะที่พบในจุดเดียวกัน 3 ลูก ก็ใหญ่เต็มฝ่ามือ พอกลับถึงบ้านนำไปเทียบกับขนาดไข่เป็ดและหัวหอม จึงเป็นเห็ดเผาะที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบเห็นมา แต่เป็นเห็ดเผาะที่ยังไม่แก่จัด เปลือกสีขาว ภายในสีขาวเริ่มจะเป็นสีเทา แต่ยังใช้ทำอาหารได้อร่อยมาก “เห็ดเผาะที่ภูเงินจะเป็นพื้นที่เห็ดเผาะออกช้าที่สุดในจังหวัดพะเยา เพราะเป็นคนชอบทานและเก็บเห็ดเผาะ จึงรู้ว่าแหล่งไหนมีเห็ดเผาะออกช้าหรือเร็ว ในจังหวัดพะเยาเห็ดเผาะจะมีออกตลอดช่วง 3 เดือน คือเมษายน-มิถุนายนของทุกปี ปลายเมษายนเริ่มมีฝนตกเห็ดเผาะจาก อ.ปง และอ.เชียงม่วน จะออกก่อน จากนั้นจะเป็นเห็ดในพื้นที่ อ.แม่ใจ อ.เมือง อ.เชียงคำ และภูซาง ออกยาวจนถึงมิถุนายน ซึ่งจะมีเฉพาะป่าที่ไม่มีสารพิษหรือสารเคมีใดๆ เป็นป่าบริสุทธิ์และมีใบไม้ทับถมมีร่องรอยของไฟป่า คือแหล่งที่พบเห็ดเผาะออกเป็นประจำทุกปี ถ้ารักษาป่าดีจะมีเห็ดป่าได้กินตลอดไป” นางจุราภรณ์ กล่าว และว่า ขณะนี้เนื่องจากเห็ดเผาะเริ่มมีอายุมาก ใกล้แก่แต่ยังไม่แก่จัด จึงทำให้ราคาเริ่มลดลง เหลือกิโลกรัมละ 120-150 บาท

ที่มา>>>ข่าวสด

ยอดส่งออกชายแดนตาก พุ่ง มี.ค. เดือนเดียว ทะลุ 7 พันล้าน!

สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา จ.ตาก คึกคัก ยอดส่งออกตลอด มี.ค. 59 เพียงเดือนเดียว ทะลุ 7,000 ล้าน คาด สิ้นไตรมาส 4 อาจแตะ 70,000 ล้านบาท ขณะสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งเป็น เบียร์ น้ำมัน น้ำตาล

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 59 บรรยากาศการส่งออกช่วงหน้าร้อนที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา บ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นไปอย่างคึกคักโดยตลอดเดือน มี.ค. 59 การส่งออกสินค้าไปยังประเทศเมียนมา ผ่านทางสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา และตามท่าเรือผ่อนปรนอีกกว่า 20 แห่ง ไปยัง จ.เมียวดี ก่อนไปยังเมืองชั้นใน มียอดส่งออกเป็นประวัติการณ์มากถึง 7,155 ล้านบาท ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มียอดการส่งออกมากมายขนาดนี้นายสุทธา สายวาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เปิดเผยว่า ไทยกับเมียนมา เป็นบ้านพี่เมืองน้อง ค้าขายกันด้วยความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เมื่อเมียนมา ซื้อสินค้าไทยมาก ไทยก็ต้องนำเข้าสินค้าจากเมียนมา ด้วยเช่นกัน ทั้งอาหารทะเล ถั่ว และเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลัก รวมทั้งอัญมณีต่างๆทั้งนี้ สินค้าที่ส่งออกมากเป็นอันดับ 1 คือ เบียร์ น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำตาลทราย น้ำมันพืชน้ำอัดลม รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้ อุปกรณ์การก่อสร้างก็มีส่งออกเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะปูนซีเมนต์ คาดว่ายอดส่งออกในสิ้นไตรมาสที่ 4 อาจจะทะลุ 70,000 ล้านบาท ซึ่งปีที่ผ่านมามียอดส่งออกประมาณ 60,000 ล้านบาท

ที่มา>>>Thairath