ผัวทะเลาะเมีย ฆ่าทิ้งลูก1ขวบ ยิงตัวเองสาหัส เมียเผยชนวนสยอง

ผัวหึงโหด-ทะเลาะเมีย คว้าปืนยิงลูกสาววัยขวบเศษดับสลดคาบ้านที่ปราจีนฯ ก่อนใช้ปืนยิงขมับเจ็บสาหัส เมียเผยชนวนสยอง ก่อนเกิดเหตุผัวออกไปดื่มเหล้า พอกลับมาก็พูดถึงเรื่องเก่าๆ จนโต้เถียงกัน จากนั้นผัวได้หยิบปืนมาขู่เลยวิ่งหนีไปบ้านข้างๆ พร้อมตะโกนบอกให้กลับบ้าน ไม่เช่นนั้นจะยิงลูกทิ้ง ก่อนได้ยินเสียงปืนดัง 2 นัด เมื่อวิ่งกลับไปดูพบลูกถูกยิงดับ ส่วนผัวยิงตัวเองเข้าขมับสาหัส

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 27 พ.ย. ร.ต.อ.วัฒนพงศ์ จำนงอุดม รองสว.(สอบสวน) สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งเหตุมี ผู้ถูกยิง 2 ราย ภายในบ้านพัก ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จึงรุดตรวจสอบพร้อมด้วยพ.ต.อ.ทรงศักดิ์ ชัยรักษา ผกก.สภ.กบินทร์บุรี และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุภายในบ้าน บนที่นอนพบกองเลือดจำนวนมาก พร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. 3 ปลอก และกระสุนปืนขนาดเดียวกัน 1 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บถูก เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสัจจพุทธธรรมกบินทร์ บุรี นำตัวส่งร.พ.นาดี ไปก่อนหน้า ทราบชื่อนายสุชาติ อายุ 19 ปี ถูกยิงเข้าบริเวณขมับอาการสาหัส และด.ญ.อารยา อายุ 1 ขวบ 8 เดือน ลูกสาวนายสุชาติ ถูกยิงเข้าบริเวณเบ้าตาขวาทะลุด้านหลังเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล

 สอบถามน.ส.ไก่ อายุ 18 ปี ภรรยานายสุชาติ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุนายสุชาติออกไปดื่มสุรานอกบ้าน ตนอยู่บ้านกับลูกสาวตามลำพัง จากนั้นนายสุชาติได้กลับบ้านพร้อมอาการมึนเมา และพยายามหาเรื่องพูดแต่เรื่องเก่าๆ เนื่องจากตนและนายสุชาติเคยแต่งงานกันมาก่อนทั้งคู่ จากนั้นนายสุชาติได้หยิบปืนออกมาขู่ ด้วยความกลัวจึงหนีออกจากบ้านไปอยู่บ้านข้างเคียง ก่อนนายสุชาติจะเรียกตนให้มาหา ด้วยความกลัวจึงไม่กล้ากลับเข้าไป นายสุชาติยังบอกอีกว่าถ้าไม่กลับจะยิงลูก จากนั้นนายสุชาติก็ยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า 1 นัด ก่อนเดินเข้าไปในบ้าน จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด พอสิ้นเสียงปืนจึงเข้าไปดู พบนาย สุชาติใช้ปืนยิงลูกตัวเองและยิงตัวเองตาม นอนจมกองเลือดอยู่บนที่นอน

จากการสอบสวนทราบว่า ทั้ง 2 คนอยู่กินกันมานาน 3 ปี จนมีลูกสาว 1 คน ส่วนนายสุชาติเป็นหนุ่มโรงงาน ส่วนน.ส.ไก่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากความหึงหวง เพราะก่อนหน้านั้น น.ส.ไก่เคยเป็นหางเครื่องวงดนตรีเล่นตามงานทั่วไป ด้วยความที่มีหน้าตาดีจึงมีหนุ่มมาติดพันจำนวนมาก จึงอาจทำให้นายสุชาติเกิดความหึงหวงและมักทะเลาะกันบ่อยครั้ง จนกระทั่งมา ก่อเหตุสลดขึ้น

ที่มา>>>ข่าวสด

เพื่อนแค้นเพื่อน!! บุกกระหน่ำยิงถึงบ้าน หลังปืนตบ-อิฐทุบหน้า ฝากอีกคนนัดเจอ

 เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 22 ส.ค. พ.ต.ต.รุ่งอรุณ ยั่งยืน สารวัตรเวร สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุชายถูกยิงด้วยอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บมาเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเดินทางเข้าตรวจสอบ

บนเตียงคนไข้ภายในห้องฉุกเฉิน พบแพทย์กำลังให้การรักษานายศรารักษ์ ศรีนาค อายุ 28 ปี ซึ่งมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณช่วงเอวด้านหลังจำนวน 4 นัด กระสุนฝังใน แพทย์ได้ให้การรักษาอย่างเร่งด่วน ก่อนนำเข้าห้องผ่าตัดเป็นการเร่งด่วน เพื่อผ่าเอาหัวกระสุนออกมา จากการสอบสวนนายตะติ แสงสินธ์ อายุ 20 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ตนและผู้บาดเจ็บและพวกอีก 2 คน กำลังนั่งดูทีวีอยู่ในบ้าน หมู่ 8 ซอยหัวแตก ถนนรถรางเก่า ต.สำโรงกลาง อ.พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นบ้านของนายณรงค์ฤทธิ์ ชาดี อายุ 20 ปี จู่ๆ นายแป๊ก หรือ นายสุขเกษม แซ่คลิ อายุ 29 ปี ได้เดินมาที่หน้าบ้าน ก่อนที่จะชักอาวุธปืนแบบแม็กกาซีนไม่ทราบขนาดออกมากระหน่ำยิงผู้บาดเจ็บและพวกจำนวน 5 นัด ตนและพวกต่างพากันวิ่งหนีตายกันอลหม่าน กระสุนถูกผู้บาดเจ็บที่ช่วงเอวด้านหลังจำนวน 4 นัด ล้มฟุบอยู่กับพื้นบ้าน หลังก่อเหตุนายแป๊ก ผู้ก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น PCX สีฟ้า จำเลขทะเบียนไม่ได้หลบหนีไป ตนและเพื่อนจึงได้ย้อนกลับเข้ามาดู พบว่านายศรารักษ์ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ จึงได้ช่วยกันหามผู้บาดเจ็บส่งรักษาที่โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์ ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 500 เมตร

นายตะติ ยังให้การเพิ่มเติมอีกว่า ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณปีที่แล้ว ผู้บาดเจ็บและผู้ก่อเหตุเคยเป็นเพื่อนกันได้เกิดมีปากเสียงกัน ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเรื่องอะไร จนกระทั่งเมื่อประมาณ 3-4 วัน ที่ผ่านมา นายแป๊ก ได้พูดจาข่มขู่ผ่านเพื่อนผู้บาดเจ็บมาว่า จะส่งคนมาเอาผู้บาดเจ็บไปฆ่า เมื่อผู้บาดเจ็บรู้เรื่องจึงได้โทรศัพท์ไปหานายแป๊ก ผู้ก่อเหตุ พร้อมทั้งท้าทายว่า อย่ามาขู่ ถ้าแน่จริงก็มาตัวต่อตัวกันเลยดีกว่า

หลังจากนั้นนายแป๊ก ผู้ก่อเหตุก็ได้หายตัวไป จนกระทั่งช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่ นายตะติ กำลังนอนหลับอยู่ในบ้านหลังที่เกิดเหตุ นายแป๊ก ก็เอาก้อนอิฐบล็อก มาทับใส่หน้าตนจนก้อนหินอิฐบล็อกแตกกระจาย ก่อนที่จะเอาฆ้อนมาทุบก้อนหินอิฐบล็อกที่แตกเกลื่อนอยู่บนใบหน้าของตนจนได้รับบาดเจ็บมีแผลหลายแห่งที่ใบหน้า

ก่อนที่นายแป๊ก จะสอบถามว่าเห็นนายศรารักษ์ ผู้บาดเจ็บหรือเปล่า และ สอบถามตนว่า ผู้บาดเจ็บอยู่ที่ไหน ตนก็ไม่ตอบ จึงถูกนายแป๊ก ใช้ด้ามปืนตบเข้าที่ใบหน้าหลายครั้ง พร้อมทั้งฝากให้ไปบอกผู้บาดเจ็บ ถ้าแน่จริงออกไปเจอกันที่ปากซอย ก่อนที่นายแป๊ก จะหลบหนีออกไป จนกระทั่งกลางดึกของคืนนี้นายแป๊ก ได้ย้อนกลับมาที่บ้านที่เกิดเหตุอีกครั้ง พร้อมด้วยอาวุธปืนและกระหน่ำยิงใส่ผู้บาดเจ็บหลายนัด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถเก็บปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวน 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อทำการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เกมชีวิตจบแล้ว!! สิบเอกหนุ่มยิงหัวแฟน เขียนจม.ลาตาย-จ่อขมับตัวเองดับสยอง(คลิป)

ทหารยศสิบเอก พาแฟนสาวเปิดห้องตกลงปัญหารักไม่ลงตัว ใช้ปืน 11 มม. จ่อยิงสาว คิดว่าตาย จ่อยิงขมับตัวตายสยองคาบังกะโล ทิ้งจดหมาย “เรารักกันมาก เกมชีวิตจบแล้ว” แต่สาวยังไม่ตาย อาการโคม่า คาดปมสาวอาจคิดตีจาก หลังรู้ว่ามีลูกเมียแล้ว เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 20 ส.ค. ร.ต.อ.ภาณุ นวลศรี รอง สว.(สอบสวน) สภ.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุยิงกันในห้องพักเลขที่ 3 บังกะโลแห่งหนึ่ง ม.7 ต.กะปาง อ.ทุ่งสง มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บสาหัส 1 คน รับแจ้งแล้ว จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรภัทร โพธิ์ชนะพันธ์ ผกก.สภ.กะปาง แพทย์เวร รพ.ทุ่งสง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ทุ่งสง รีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบว่าที่ห้องพักเลขที่ 3 ของบังกะโลดังกล่าว มีศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อในเวลาต่อมา คือ สิบเอกธีระศักดิ์ ชูมณี อายุ 42 ปี ทหารสังกัด ร้อย บก.พล.ร.5 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร (ค่ากะปาง) อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอน อยู่ในชุดนุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ ไม่สวมเสื้อ สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าขมับขวาทะลุตา 1 นัด โดยพบอาวุธปืนตกอยู่ข้างศพ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบคดี ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ น.ส.ติ๊ก (นามสมมติ) อายุ 27 ปี แฟนสาวของสิบเอกธีระศักดิ์ ถูกยิงเข้าศีรษะ 1 นัด ถูกนำส่ง รพ.รัษฎา จ.ตรัง แต่อาการสาหัสมาก จึงส่งต่อไปรักษาตัวที่ รพ.ตรัง ในเวลาต่อมา และในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ยังพบจดหมายลาตาย มีข้อความว่า “ขอโทษทุกๆ คน เกมชีวิตจบแล้ว ท่านให้มาแค่นี้ (พระพุทธองค์) (ก้านกล้วย) พาเรา 2 คนไปที่เดียวกัน เรารักกันมาก ณ ต.เพหลา อ.คลองท่อม จ.กระบี่” จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานอีกชิ้น จากการสอบสวนทราบว่า สิบเอกธีระศักดิ์ฯ มีครอบครัวอยู่แล้ว และมาติดพัน น.ส.ติ๊กฯ ซึ่งทำงานอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งใน ต.กะปาง อ.ทุ่งสง และมีการไปมาหาสู่กันตลอด ก่อนเกิดเหตุทั้ง 2 มาเปิดห้องบังกะโลดังกล่าวก่อนเที่ยงคืน กระทั่งรุ่งเช้าพนักงานได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด แต่ยังไม่กล้าเข้าไปดู เมื่อเสียงเงียบ จึงนำกุญแจสำรองไปเปิดประตูห้อง พบทั้ง 2 นอนจมกองเลือด โดย น.ส.ติ๊ก อาการสาหัส ส่วนสิบเอกธีระศักดิ์ เสียชีวิตแล้ว พ.ต.อ.จิรภัทร โพธิ์ชนะพันธ์ ผกก.สภ.กะปาง กล่าวว่า สาเหตุการตายทางตำรวจยังไม่ทราบแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าอาจจะมาจากเรื่องหึงหวง ซึ่ง น.ส.ติ๊ก แฟนสาวอาจจะรู้ภายหลังว่า สิบเอกธีระศักดิ์ มีลูกเมียอยู่แล้ว จึงอาจพยายามตีตัวออกห่าง ทำให้มีปัญหากันเรื่องความหึงหวง หลังจากนั้น สิบเอกธีระศักดิ์ ก็ได้ไปรับ น.ส.ติ๊ก มาเปิดห้องที่บังกะโลดังกล่าว เพื่อเคลียร์ปัญหากัน แต่ปรากฏว่าอาจจะไม่สามารถตกลงกันได้

“ในที่สุดสิบเอกธีระศักดิ์ ได้ใช้อาวุธปืนยิงแฟนสาว จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยคิดว่าแฟนสาวเสียชีวิตแล้ว จึงเขียนจดหมายลาตายทิ้งไว้ จากนั้นสิบเอกธีระศักดิ์ ก็ใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองตายดังกล่าว หลังชันสูตรศพเสร็จแล้ว จึงมอบให้กับญาตินำไปจัดการตามประเพณี ส่วนอาการของ น.ส.ติ๊ก แฟนสาว ตอนนี้ได้รับรายงานว่า ยังไม่พ้นขีดอันตราย ซึ่งอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด” พ.ต.อ.จิรภัทร กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบแล้วพ่อค้ายำยิงกรอกปากผจก.ตลาดนัดหัวหิน รับแค้นที่ถูกด่ามานานนับปี

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ก.ค. พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สภ.หัวหิน พร้อมด้วย พ.ต.ท.เสมอ อยู่สำราญ รอง ผกก.สภ.หัวหิน และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวนายปรีชา หรือ ต้อ นทีปราการ พ่อค้าขายอาหารยำภายในตลาดนัดไดโนเสาร์ หลังจากที่นายปรีชาก่อเหตุจ่อยิง นายสุวัฒน์ หรือเก่ง ปิงเมือง ผู้จัดการตลาดนัดไดโนเสาร์ กระสุนเข้าที่ปากอาการสาหัส เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 9 ก.ค. ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัด และชาวบ้านที่กำลังเลือกซื้ออาหารอยู่เป็นจำนวนมาก ก่อนที่นายเก่งจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลหัวหิน เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.วันที่ 10 ก.ค. โดยนำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ตามกลางญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ที่มารอดูการแถลงข่าวที่บริเวณด้านหน้า สภ.หัวหิน โดยมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความวุ่นวาย โดยหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว ทางญาติผู้เสียชีวิตมอบดอกไม้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอบคุณที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้สำเร็จ จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณตลาดนัดไดโนเสาร์ ทั้งจุดจอดรถและจุดที่จ่อยิงนายเก่งจนเสียชีวิต ท่ามกลางไทยมุงจำนวนมาก แต่ไม่มีเหตุวุ่นวายใดๆเกิดขึ้น พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สภ.หัวหิน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญประชาชน พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หัวหิน เร่งรัดติดตามตัวผู้ต้องหา โดยได้สนธิกำลังกับ พ.ต.อ.ชินวร เจียห์สกุล ผกก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ และทีมสืบสวน ก่อนสามารถติดตามจับกุมตัวนายต้อได้ที่บ้านญาต ในพื้นที่เขตรังสิต กรุงเทพฯ โดยชนวนเหตุในครั้งนี้มาจากเหตุทะเลาะวิวาทส่วนตัว โดยหลังก่อเหตุนายปรีชานำอาวุธปืนลูกซองสั้น ไม่มีทะเบียน ที่อ้างว่าเป็นของเพื่อน ไปโยนทิ้งในพงหญ้าริมถนนบายพาส พื้นที่ อ.ชะอำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังไปค้นหาอาวุธปืนแล้วครั้งหนึ่งแต่หาไม่พบ จากนั้นผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ซูเมอร์เอ็กซ์ ป้ายแดง ไปจอดไว้ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.ลุงเท่ง ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี แล้วขึ้นรถตู้ไปกลบดานที่บ้านญาติในกรุงเทพฯ กระทั่งถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด ด้านนายปรีชา ให้การรับสารภาพว่า ตนกับภรรยาประกอบอาชีพขายอาหารประเภทยำทุกชนิด ตามตลาดนัดต่างๆ ในตัวเมืองหัวหินซึ่งขายดี เพราะภรรยาเป็นคนทำอาหารอร่อย มีลูกค้าประจำจำนวนมาก ส่วนสาเหตุของการลั่นไกในครั้งนี้ เกิดจากตนทนไม่ไหวที่ถูกนายเก่งหาเรื่องด่าทอ และท้าทายมานานนับปี แม้พยายามหลีกเลี่ยงหลายครั้ง เพราะไม่อยากมีปัญหากับผู้ตาย จนไม่สามารถขายของที่ตลาดนัดได้

จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุนายเก่งที่ชอบดื่มสุรามีอาการมึนเมา มาหาเรื่องด่าทอที่ร้านตน เรื่องที่ตนตอกตะปูร้านมีตะปูหล่น เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่องก็เกิดชกต่อยกันขึ้น กระทั้งวันเกิดเหตุก็ยังเกิดเขม่นกันอีก ทำให้ตนทนไม่ไหวเกิดบันดาลโทสะ ตัดสินใจกลับบ้านไปนำอาวุธปืนลูกซองสั้น ไม่มีทะเบียน ที่ขอยืมเพื่อนไว้ ใส่รถจักรยานยนต์มายังตลาดนัด เพื่อหวังจะจบปัญหาทั้งหมด ก่อนพบผู้ตายยืนอยู่ด้านหน้าร้านไก่ย่างริมทางเดินในตลาดนัด ตนจอดรถจักรยานยนต์ริมถนนแล้วเดินเข้าไปหานายเก่ง ก่อนใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นจ่อยิงเข้าที่ปากไป 1 นัด จนนายเก่งล้มลงกองกับพื้นดิน แล้วตนก็หันหลังกลับมาขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหนีออกทางถนนบายพาส โดยที่ไม่ทราบว่านายเก่งจะเสียชีวิตหรือไม่ เมื่อไปถึงกรุงเทพฯ ก็คิดได้ว่าทำผิด จึงพยายามติดต่อเพื่อขอมอบตัวกับตำรวจท่านหนึ่ง ที่รู้จักและทำงานอยู่ที่ สภ.หัวหิน แต่ยังไม่ทันเดินทางเข้ามอบตัว ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมเสียก่อน

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดเศร้าทั้งบ้าน!! พี่ชายส่งปืนให้น้องสาว กระสุนลั่นเปรี้ยงใส่ร่างดญ.วัย14 เต็มๆ

 วันที่ 11 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 10 ก.ค. ร.ต.อ.สัญญา กล่อมสุข รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุเด็กผู้หญิงถูกยิงมาเสียชีวิตที่ รพ. ให้มาทำการชันสูตรศพด้วย รับแจ้งแล้ว จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.คมสัน พฤศวานิช ผกก.สภ.ทุ่งสง , พ.ต.ท.โชคดี ศรีเมือง รอง ผกก.ป.และตำรวจชุดสายสืบ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ทุ่งสง รุดไปพิมพ์ลายนิ้วมือผู้เสียชีวิตที่ รพ.ดังกล่าว

เมื่อไปถึง รพ.ดังกล่าว พบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อ คือ ด.ญ.อิศรา อายุ 14 ปี อยู่ ม.7 ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์เข้าลำตัว 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงทำการชันสูตรศพ ร่วมกับแพทย์ของ รพ.ดังกล่าว โดยเบื้องต้นทราบว่า เด็กหญิง ถูกยิงมาจากบ้าน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ จะเร่งเข้าให้การช่วยเหลือนำส่ง รพ.แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีพี่ชายของ ด.ญ.อิศรา ได้นำปืนมาถือเล่น ก่อนจะส่งให้ น้องสาว เพื่อเอาไปเก็บ ปรากฏว่า ขณะที่กำลังส่งให้นั้น ปืนเกิดลั่นเปรี้ยง ทำให้กระสุนเจาะร่างเต็มๆ จน ด.ญ.อิศรา ได้รับบาดเจ็บสาหัส กระทั่งไปสิ้นใจตายที่ รพ.ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบคาบ้านพักสาวแก๊งเงินกู้นอกระบบ-โต๊ะพนันบอล ของกลางเงินสด-ทองคำ-บัญชีลูกค้า

 เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลัง โดยมีนายศิริชัย ไตรสารศรี นายอำเภอธัญบุรี พร้อมด้วยพ.ท.เสกสรรค์ สังข์สัพพันธ์ ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 2 กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และพ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส ผกก.สภ.ธัญบุรี และพ.ต.ท.ไพศาล แย้มบางยาง รองผกก.สส.สภ.ธัญบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง ร่วมกันจับกุมตัวนางมัลลิกา หรือหมู สิทธิไชย อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 26/6 หมู่ที่ 4 ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยนายกำพล หรือโก๋ สุรวัฒนะ อายุ 50 ปี และนายกนกโชติ หรือคม พรหมสาขากรณ์ อายุ 52 ปี พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืนขนาด 22 จำนวน 1 กระบอก พร้อมซีพียู 1 เครื่อง ที่มีข้อมูลรายชื่อลูกค้าเงินกู้ และเครื่องมือเก็บข้อมูลรายชื่อลูกค้าเงินกู้ เอกสารบัญชีรายชื่อลูกหนี้จำนวน 1 ชุด เงินสด 270,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 10 บาทจำนวน 1 เส้น สร้อยข้อมือทองคำหนัก 5 บาทจำนวน 1 เส้น พระเลี่ยมทองจำนวน 5 องค์ บัตรเอทีเอ็ม พร้อมรหัสของลูกค้าจำนวนกว่า 20 ใบ และโพยรับแทงพนันบอล 1 ชุด (มีวงเงินแสนกว่าบาท) โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 26/6 หมู่ที่ 4 ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ทางเจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาสอบสวนที่โรงพัก โดยนางมัลลิกา หรือหมู สิทธิไชย ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านให้การรับสารภาพทั้งหมด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยจัดหามาซึ่งเงินทุนแล้วให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด, ร่วมกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้และร่วมกันลักลอบเล่นการพนันทายผลพนันเอาทรัพย์สินกัน โดยไม่ได้รับอนุญาต”

โดยทางเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีพฤติกรรมกระทำความผิดอาญา ที่เป็นภัยอันตรายต่อความสงบความเรียบร้อยของสังคม โดยมีพฤติการณ์ข่มเหง ขู่เข็ญ รังแก หรือแสดงตนอันเป็นเหตุ ให้บุคคลอื่นเกรงกลัว ไม่กล้าขัดขืน หรือร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยเป็นผู้มีอาชีพเป็นเจ้าของบ่อนการพนันปล่อยเงินกู้นอกระบบและมีพฤติการณ์ซ่องสุมอาวุธ เพื่อให้ได้รับประโยชน์ต่างๆที่มิชอบด้วยกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงสนธิกำลังโดยใช้อำนาจตามคำสั่ง คสช.ที่ 13/2559 เข้าทำการตรวจค้นบ้านของผู้ต้องหา และบ้านผู้เกี่ยวข้อง ได้พบตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง หลักฐานจากกระทำความผิด จึงได้จับกุมตัวทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เผยปมหนุ่มคลั่งยิง-ปาระเบิดถล่มบ้าน เหตุขัดแย้งแบ่งมรดกที่ดิน-ต้องการหาเงินสู้คดีฆ่าคนตาย

กรณีเกิดเหตุคนร้ายปาระเบิดและยิงถล่มหลายนัดทำให้ผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บหลายราย ภายในบ้านเลขที่ 78 หมู่ 5 ซอยมุ่งพัฒนา เขตเทศบาลตำบลท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี และคนร้ายเป็นชาย เดินถือปืนจ่อศีรษะตัวเองและมีวัตถุระเบิด ยืนอยู่ด้านหน้าบ้านทราบชื่อคือนายปิยะ ศุกิจตานนท์ อายุ 43 ปี ชาวจ.ชลบุรี ส่วนคนเจ็บ 6 ราย เจ้าหน้าที่ลำเลียงออกจากบ้านนำส่งโรงพยาบาลพุนพิน โดยมีผู้เสียชีวิต 1 รายอยู่ในบ้านทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายมาณัติชัย โคตรเครือ อายุ 39 ปี ต่อมาหน่วยแม่นปืน จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตัดสินใจยิงบริเวณนิ้วมือขวาเพื่อไม่ให้นายปิยะฆ่าตัวตาย แล้วเข้ารวบตัวนายปิยะได้บริเวณหลังบ้าน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น คืบหน้า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. ที่ห้องประชุม สภ.พุนพิน พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผกก.สภ.พุนพิน พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมคืบหน้าของคดีจากนั้น ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยละเอียดอีกครั้ง พล.ต.ท.เทศา กล่าวว่า จากการสอบสวนพยานเบื้องต้นทราบว่านายปิยะ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมีความขัดแย้งเรื่องทรัพย์สินมรดกที่ดิน ที่เกี่ยวพันกับกลุ่มผู้ตายและบาดเจ็บ โดยคดียังอยู่ระหว่างประกันตัวชั้นศาลในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จึงต้องการหาเงินเพื่อตัวสู้คดีของตนเอง ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุมอบหมายให้ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ตั้งคณะทำงานสอบสวนหามูลเหตุที่แท้จริง รวมถึงที่มาของอาวุธปืนและระเบิดที่ใช้ก่อเหตุ ด้าน พ.ต.ต.อภิชาติ กล่าวว่า เบื้องต้นขณะเกิดเหตุได้ใช้ยุทวิธีในการเจรจาต่อรอง พร้อมหน่วยแม่นปืนเข้าทำการปิดล้อม เนื่องจากผู้ต้องหาก่อเหตุด้วยอาวุธปืนและวัตถุระเบิด หลังจากเจรจาไม่เป็นผลและเริ่มมืดเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจยิงมือผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บ และทำการเข้าชาร์จ ขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังไม่สามารถสอบปากคำได้ จากการสอบสวนนางละออ พุ่มแย้ม อายุ 61 ปี เจ้าของบ้านหลังเกิดเหตุ ทราบว่า ขณะเกิดเหตุตนนั่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำหน้าบ้าน และได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดจึงวิ่งไปดู เห็นนายปิยะผู้ต้องหา ซึ่งเป็นหลานที่ตนเองเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่คนในบ้าน จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งสาเหตุมาจากเรื่องที่ดิน ทั้งนี้ ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องถึงสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ตร.ท่องเที่ยวขยายผลจับแก๊งยา เชื่อมโยงเครือข่ายข้ามชาติ

 เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. จากกรณีตำรวจสืบสวน กก.1 และ ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท. ร่วมกันจับกุมตัว 3 ผู้ต้องหาชายผิวสี เชื่อมโยงแก๊งสกิมเมอร์ และเครือข่ายยาเสพติด ต่อมาพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. สั่งการให้ดำเนินการขยายผล จนกระทั่งพ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ สว.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท. พ.ต.ต.ศิลา ตันตระกูล สว.งานสืบสวน กก.1 บก.ทท. พร้อมด้วยตำรวจงานสืบสวน กก.1 บก.ทท. และปส.1 บช.ปส. ได้สืบสวนขยายผลและร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย น.ส.สุภาณี หายทุกข์ อายุ 30 ปี ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่สมคบกัน ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 257/2558 ลงวันที่ 9 ธ.ค.2558 นายภาคิน ฉลาดเอื้อ อายุ 34 ปี ข้อหาร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 และนายนายสันติ วิถีธรรม อายุ 37 ปี ข้อหาร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 และมีอาวุธปืนกับเครื่องกระสุนปืนไว้ในการครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยจากการสืบสวนขยายผลดังกล่าว พบว่าทั้งผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เชื่อมโยงกับแก๊งผู้ต้องหาผิวสีค้ายาเสพติด จึงได้วางแผนเข้าจับกุมนำตัวส่ง บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ที่มา>>>ข่าวสด