น้ำนองปทุมฯ! ถนนหน้าม.กรุงเทพอ่วมหนัก รถติด-ชาวบ้านถอดรองเท้าเดินลุยน้ำ

วันที่ 18 ก.ค. ที่จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงดึกหลังจากพายุฝนได้ซัดกระหน่ำหลายพื้นที่ของจังหวัด ปรากฏว่าเกิดน้ำท่วมขังถนนพหลโยธินขาออกช่องทางคู่ขนานหน้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ม.5 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ระดับน้ำ 40-50 เซนติเมตร ทำให้รถที่สัญจรต้องชะลอตัว และในซอยรังสิตภิรมย์มีน้ำท่วมขังตลอดทั้งซอย นักศึกษาที่อยู่หอพักในซอยดังกล่าวเดินทางด้วยความยากลำบาก รถยนต์และรถจักรยานยนตร์จอดเสียเป็นจำนวนมากซึ่งไฟฟ้าได้ดับมาเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง ปั๊มน้ำมันต้องหยุดให้บริการ ส่วนถนนพหลโยธินขาเข้าช่องทางคู่ขนานตรงมหาวิทยาลัยกรุงเทพ รังสิต มีน้ำท่วมขัง 20-30 เซนติเมตร พ่อค้าไส้กรอกรายหนึ่ง เผยว่า เวลามีฝนตกน้ำจะท่วมอย่างนี้ประจำโดยเฉพาะหน้าม.กรุงเทพ น้ำท่วมขังสูงมาก วันนี้พายุฝนตกมาแค่ 1 ชั่วโมงน้ำก็ท่วมขังแล้วทำให้นักศึกษาและประชาชนต้องถอดรองเท้าลุยน้ำทุกครั้งที่มีฝนตกลงมา แต่ก็ได้มีเจ้าหน้าที่แขวงการทางปทุมธานีนำเครื่องสูบระบายน้ำ ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาได้มาก

ที่มา>>>ข่าวสด

วิกฤติ เมืองคอนไม่มีน้ำ! ประกาศปิดวิทยาลัยอาชีวะ พบ นศ.ต้องกลั้นฉี่

น้ำประปาไม่ไหลที่เมืองคอนยังวิกฤติ ล่าสุด วิทยาลัยอาชีวศึกษาฯ ประกาศปิดการเรียนการสอน 1 สัปดาห์ จนกว่าน้ำประปาจะไหลเป็นปกติ พบ นศ.หญิงกลั้นฉี่ กลับไปถ่ายที่บ้านหลังเลิกเรียน จนป่วยกระเพาะปัสสาวะอักเสบหลายราย…

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รายงานวิกฤติน้ำประปาไม่ไหลในเขตเทศบาลนครศรีธรรมราช นานกว่า 1 เดือนแล้วยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หลังจากที่ทาง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช และประชาชนในเขตเทศบาลกว่า 6 หมื่นครัวเรือนประสบความเดือดร้อนอย่าหนักเพราะขาดน้ำประปาใช้ในการอุปโภคบริโภค เรียกว่าเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า จนมีประชาชนชาวนครศรีธรรมราชอดรนทนไม่ไหวออกมาชุมนุมประท้วงที่บริเวณหน้า สนง.เทศบาลนครนครศรีธรรมราชเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารเร่งแก้ไขปัญหาน้ำประปาไม่ไหลโดยด่วน และไม่ยอมให้ทางเทศบาลซื้อน้ำประปาจากเอกชน รวมทั้งเข้าร้องเรียนกับทางศูนย์ดำรงธรรมเพื่อให้ทางจังหวัดเสนอไปยัง คสช.ใช้ ม.44 ปลด ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราชที่บริหารจัดการน้ำประปาล้มเหลว(คนคอนร้อง คสช.ใช้ ม.44 ปลด เชาวน์วัศ จี้ถอนมติ ซื้อประปา 30 ปี)ล่าสุดวันนี้(19 พ.ค.)นายสุรพล โชติธรรมโม ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช ได้ประกาศหยุดการเรียนการสอนของนักเรียนนักศึกษาทุกระดับชั้น ตั้งแต่วันที่ 23-27 พ.ค.นี้ เนื่องจากเกิดภาวะวิกฤติน้ำประปาไม่ไหลในวิทยาลัย ทำให้ส่งผลกระทบต่ออนามัยและการเรียนการสอนของ นักเรียนนักศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจสภาพทั่วไปของวิทยาลัยอาชีวนครศรีธรรมราช พบว่านักเรียนนักศึกษาต่างได้รับความลำบากจากการใช้ห้องน้ำเป็นอย่างมาก  ทางวิทยาลัยต้องปิดป้ายประกาศห้ามใช้ห้องน้ำ เนื่องจากน้ำไม่ไหลและมีกลิ่นเหม็นรบกวนไปทั่ววิทยาลัย ขณะที่บริเวณโรงอาหาร บรรดาแม่ค้าต่างขาดแคลนน้ำในการล้างภาชนะนายสุรพล โชติธรรมโม ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า การประกาศปิดการเรียนการสอนในครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกของการเปิดวิทยาลัยมากว่า 100 ปี ไม่เคยมีมาก่อน เพราะปีนี้แล้งวิกฤติจริงๆ น้ำประปาไม่ไหลมานานแรมเดือน ทางวิทยาลัยต้องขอความช่วยเหลือน้ำจากทางเทศบาลและวิทยาลัยการอาชีพนครศรีธรรมราชมาใส่ถังบรรจุน้ำของวิทยาลัยวันละ 3 หมื่นลิตร แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของ นักเรียนนักศึกษาและบุคลากรของวิทยาลัยที่มีจำนวนถึง 4,500 คน จนห้องน้ำไม่สามารถใช้การได้ โรงอาหารก็ไม่สามารถใช้ล้างภาชนะและทำอาหารได้ตามปกติ“นักเรียนนักศึกษาของวิทยาลัยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง หลายคนยอมอดกลั้นปัสสาวะไม่ยอมถ่ายปัสสาวะที่วิทยาลัย เพราะไม่มีน้ำมาชำระล้าง โดยจะยอมกลับไปถ่ายปัสสาวะที่บ้านพักหรือหอพัก ทำให้ นักเรียนนักศึกษาป่วยเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบหลายคนแล้ว และที่สำคัญน้ำที่ได้รับการแจกจากหน่วยงานต่างๆ ก็มีความไม่สะอาด เกรงว่าจะมีผลต่อสุขภาพกับนักเรียนนักศึกษาและบุคคลากรได้ในภายหลัง จึงมีความจำเป็นต้องประกาศปิดการเรียนเป็นเวลา 1 สัปดาห์จนกว่าสถานการณ์น้ำประปาจะไหลเป็นปกติ” นายสุรพล กล่าว

ด้าน ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ปัญหาภัยแล้งปีนี้รุนแรงจริงๆ ทำให้น้ำดิบตามแหล่งต่างที่จะนำมาใช้ผลิตน้ำประปาลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งตนและฝ่ายบริหารกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการหาแหล่งน้ำดิบมาใช้ผลิตน้ำประปา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเขตเทศบาล โดยล่าสุด ได้เช่าบ่อดินจากเอกชนเพิ่มอีก 2 บ่อ คาดว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่งเพื่อให้น้ำประปาไหลได้แน่นอน ส่วนญัตติที่เทศบาลจะซื้อน้ำประปาจากเอกชนระยะเวลา 30 ปีนั้น ตนยืนยันว่ามีประโยชน์มาก และสามารถแก้ปัญหาน้ำประปาขาดแคลนได้อย่างถาวร ขอให้ประชาชนเข้าใจตามนี้ด้วย.

ที่มา>>>Thairath