ซิป้าเปิดประสบการณ่ใหม่ให้นักท่องเที่ยวด้วยแอปพลิเคชัน“SEE THRU THAILAND”

ซิป้าเปิดประสบการณ่ใหม่ให้นักท่องเที่ยวด้วยแอปพลิเคชัน“SEE THRU THAILAND”ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย อาทิ ภูเขา ทะเล น้ำตก รวมถึงแหงท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม วัดวาอาราม ปราสาทราชวังต่างๆ รวมถึงกิจกรรมสันทนาการ กีฬา อาหารไทย และกิจกรรมการช้อปปิ้งช่วยเสริมให้ประเทศไทยเป็นปลายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เห็นไปจากมาตรฐานและนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีออกมาอย่างต่อเนื่องนายฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ กล่าวว่า จากความสำคัญของการท่องเที่ยวที่จะต้องได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง และเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)หรือซิป้า จึงได้จัดทำแอปพลิเคชัน “SEE THRU THAILAND” แอปพลิเคชันที่ใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) ผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริง (Real) เข้ากับโลกเสมือน (Virtual) ซึ่งทำให้ภาพที่เห็นในจอภาพกลายเป็นวัตถุ 2 หรือ 3 มิติลอยอยู่เหนือพื้นผิวจริง หรือเป็นภาพซ้อนต่างๆ ถือเป็น Interactive Media ที่เล่นกับผู้ใช้อย่างแท้จริง ช่วยเปิดมุมมองการนำเสนอข้อมูลการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่และตอบโจทย์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวได้ดี นอกจากนี้ยังเอื้อให้ประโยชน์ให้ผู้ประกอบการธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวสามารถนำมาต่อยอดการทำการตลาดให้เข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้โดยตรงช่วยลดต้นทุนการทำการตลาด

แอปพลิเคชัน SEE THRU THAILAND มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการรับข้อมูล ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยจัดทำให้ข้อมูลท่องเที่ยวให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น รวมถึงสนับสนุนข้อมูลสำหรับกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเอง และนักท่องเที่ยวที่ใช้เทคโนโลยีการจัดการการเดินทาง ภายใต้โครงการส่งเสริมการพัฒนาเนื้อหาดิจิทัลเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยว (Quality Leisure Destination and Creative Tourism)

ภายในแอปพลิเคชันประกอบไปด้วยข้อมูลท่องเที่ยวไทย 10 จังหวัด ได้แก่
ภาคเหนือ – จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำปาง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดอุบลราชธานี
ภาคตะวันออก – จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด
ภาคตะวันตก – จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดเพชรบุรี
ภาคใต้ – จังหวัดตรัง จังหวัดพังงา

ผู้ใช้จะสามารถเข้าดูข้อมูลได้อย่างครบถ้วนภายในแอปพลิเคชันเดียว เช่น ข้อมูลที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร สถานที่สำคัญ สินค้าและบริการ และแผนที่การนำทาง เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกความทรงจำโดยการถ่ายภาพและตกแต่งด้วยกรอบและสติ๊กเกอร์น่ารักๆ แบบไทยได้อีกด้วย“SEE THRU THAILAND” ยังนำเทคโนโลยี AR มาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ใช้ในการสร้างเรื่องราวท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ โดยแบ่งรูปแบบการนำเสนอเป็นหมวดต่าง ๆ เช่น

Living History – ที่ผู้ใช้สามารถมองเห็นภาพในอดีตของสถานที่นั้นๆ บุคคลที่เกี่ยวข้องในอดีต รวมไปถึงประเพณีหรือกิจกรรมที่เคยเกิดขึ้น ณ สถานที่แห่งนั้น
Movie Hunt – ตามรอยหนัง ชมฉากประทับใจจากภาพยนตร์เรื่องโปรดในสถานที่ถ่ายทำจริง
360 ํ – สุดเหวี่ยงไปกับภาพในมุมมองใหม่ไม่ว่าจะเป็น ภาพใต้น้ำ ภาพมุมสูง Time-lapse ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่น Snap ถ่าย และแต่งรูปด้วยสติกเกอร์เก๋ไก๋สไตล์ไทยแท้ที่จะทำให้ผู้ใช้ได้สนุกไปกับ การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่


“สำหรับชาวจันทบุรี ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ จันทบุรี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO จันทบุรี ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

คุณป้าชาวจีนวัย 60 ปีไว้ผมยาวถึง 3.38 เมตร เผย 18 ปีไม่เคยตัดเลย

เพจ China Xinhua News  รายงานว่า หนีหลินเหมย ชาวไท่หยวนในมณฑลซานซีวัย 60 ปี มีฉายาว่า คุณป้าที่ไว้ผมยาวที่สุดในไท่หยวน ในทุกๆ 2-3 ปี เธอก็จะชวนเพื่อนๆ มาวัดความยาวของผม14947436_1825954447620569_7987202847244968479_nครั้งล่าสุดมีเพื่อนสนิท 4-5 คน นักท่องเที่ยวและผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวหลายแห่งก็มาร่วมเป็นสักขีพยาน โดยวัดได้ 3.38 เมตร ซึ่งมากกว่าความสูงร่างกายของเธอถึง 2 เท่า14937215_1825954517620562_285312444910063403_nคุณป้าเล่าให้ฟังว่า ไว้ผมมา 18 ปีแล้ว ตอนสาวๆ ผมขึ้นเร็วมาก คนอื่นต้องไว้ครึ่งปี แต่ตัวเองแค่สองเดือนก็ต้องไปร้านตัดผมแล้ว รู้สึกรำคาญเลยเลิกตัดผม และอยากรู้ว่าผมตนเองจะยาวได้สักแค่ไหนด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

ยอดดอยอินทนนท์หนาว 6 องศา! เตรียมลุ้นปีนี้หนาวสุดในรอบ 3 ปี

ฤดูหนาวอุณหภูมิ 6 องศาที่ยอดดอยอินทนนท์ วันที่ 4 แล้ว นักท่องเที่ยวขึ้นดอย หมอกลงจัด

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 24 ตค  ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจาก นายพรเทพ เจริญสืบสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ว่า อูณหภูมิที่ยอดดอยอินทนนท์ อุณหภูมิวัดได้ 6 องศา ซึ่งถือว่าเป็นการเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วในวันที่ 4 ส่วนที่กิ่วแม่ปานจุดชมวิวอุณหภูมิวัดได้ 11 องศา วันนี้อากาศปิดหมอกลงจัด นักท่องเที่ยวตื่นเช้าเพื่อหวังมาชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า แต่ก็พบกับหมอกลงจัด ช่วงสายลุ้นทะเลหมอกที่จุดกิ่วแม่ปานต่อไป สำหรับสถิตินักท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 23 ตค  ที่ผ่านมา คนไทย 4,550 คน ชาวต่างชาติ 300 คน ยานพาหนะ 1,100 คัน รวมนักท่องเที่ยว 4,850 คน ทางอุทยานได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ไว้อำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำนักท่องเที่ยวตามจุดต่าง ๆ แล้ว และทางอุทยานฯ ได้รับรายงานมาจากศูนย์อุตุฯ ว่า ฤดูหนาวปีนี้เหนือเตรียมหนาวที่สุดในรอบ 3 ปี เริ่มฤดูหนาว ปลายเดือนตุลาคม 59 และไปสิ้นสุดกลางเดือนกุมภาพันธ์ 60ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดอยอินทนนท์ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ที่ดูแลตามจุดน้ำตกต่าง ๆ ในเขตรับผิดชอบได้เผยว่า ช่วงนี้ระดับน้ำของน้ำตกทั้ง 3 จุด ทั้งน้ำตกแม่กลาง ,น้ำตกแม่ยะ ,น้ำตกวชิรธาร นั้น ปกติสวยงามมากทางด้านเจ้าหน้าที่ที่ดูแล คอยให้คำแนะนำนักท่องเท่ี่ยว และเฝ้าระวังเรื่องน้ำป่าไหลหลากฉับพลัน ช่วงนี้อาจจะขอให้นักท่องเที่ยวมาชมและบันทึกภาพ ยังคงไม่ให้ลงเล่น ประกอบกับอากาศก็หนาวเย็น น้ำเย็นมาก

ส่วนที่ สมอฟาร์ม ปากทางขึ้นดอยอินทนนท์ ทางเจ้าหน้าที่ได้เผยว่า นักท่องเที่ยวหลังจากขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาว บนยอดดอยอินทนนท์ แล้วก็จะแวะมาบันทึกภาพและให้อาหารสัตว์เล็กทั้งแกะแพนด้า เจ้าอัลปาก้า ม้าแคระ และสัตว์เล็กอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งทางสมอฟาร์ม ได้นำเจ้าอัลปาก้า มาให้นักท่องเที่ยวได้ให้อาหาร พร้อมกับแกะแพนด้า และบันทึกภาพ นักท่องเที่ยวเริ่มคึกคักในช่วงนี้ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดอยอินทนนท์นางพรนภา  ทองด้วง เวรพยากรณ์อากาศ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ได้รายงานมาว่า  ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา คือ ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ท าให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส าหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ก าลังแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ าสุด23-25 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด32-34 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กิโลเมตร/ชั่วโมงอุณหภูมิสูงสุดวานนี้ วัดได้
35.0 ซ.ที่ อ.ท่าวังผา จ.น่าน

ที่มา>>>ข่าวสด

ภูหินร่องกล้าหนาว 19 องศา นักท่องเที่ยวคึกคักแห่ชมทะเลหมอกบนยอดผาชูธง

อากาศปลายฝนต้นหนาวนักท่องเที่ยวต่างพากันเดินทางมาเที่ยวชมทะเลหมอกที่ผาชูธงของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โดยต่างขึ้นมาชมวิวและสัมผัสอากาศเย็นสดชื่นพร้อมถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกDCIM100MEDIADJI_0065.JPGเมื่อวันที่ 5 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก มีอุณหภูมิต่ำสุด 19 องศา สูงสุดอยู่ที่ 22 องศา ส่งผลให้ตั้งแต่ในช่วงเช้าเกิดหมอกปกคลุมทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวชมความงามตามธรรมชาติ และชมปรากฏการณ์ทะเลหมอกที่บริเวณผาชูธงที่สวยงาม ซึ่งสูงจากน้ำทะเล 1,304 เมตร โดยผาชูธงเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่มีความสวยงาม สายหมอกยามเช้าเป็นบริเวณกว้าง สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบได้ถึง 360 องศา ในช่วงปลายฤดูฝนจนถึงฤดูหนาว มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยยอมตื่นตั้งแต่เช้า แล้วเดินทางมายังผาชูธงแห่งนี้เพื่อรอชมความงดงามของทะเลหมอกในยามเช้า201610051900536-20041022171637สำหรับเช้าวันนี้อุณหภูมิที่ภูหินร่องกล้าอยู่ที่ 18 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดภาพของสายหมอกสีขาวบางเบาจนหนาทึบ งามตระการตาอย่างเห็นได้ชัดเจน แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วผืนป่าสีเขียวขจีเบื้องล่าง ทำให้กลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมในช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้ พร้อมถ่ายภาพเก็บความประทับใจไว้เป็นที่ระลึก คาดว่าที่บริเวณผาชูธงแห่งนี้สามารถชมทะเลหมอกได้จนถึงเดือนพฤศจิกายนนี้ หากนักท่องเที่ยวสนใจก็สามารถมาเที่ยวชมกันได้ทุกวัน201610051900535-20041022171637DCIM100MEDIADJI_0077.JPG

ที่มา>>>ข่าวสด

นาทีระทึก! ปั๊มหัวใจช่วยชีวิตนักท่องเที่ยวสาวจีน จมทะเลเกาะไก่นาน 10 นาที

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 1 ต.ค. ขณะที่ พ.จ.อ.วีระวุฒิ ไพรดำ เจ้าหน้าที่พยาบาลหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเลกองทัพเรือเกาะลันตาน้อย พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยรักาความปลอดภัยทางทะเลทัพเรือภาคที่3 ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่บริเวณหาดไร่เล ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ รับแจ้งเหตุมีนักท่องเที่ยวจมน้ำบริเวณเกาะไก่ จึงเข้าช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจจนฟื้นแล้วนำขึ้นเรือของคลินิค เฟิร์สแตนดาร์ด ส่งยังท่าเทียบเรืออ่าวน้ำเมา และส่งโรงพยาบาลกระบี่%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b9%84%e0%b8%b3%e0%b8%9eเบื้องต้นนักท่องเที่ยวสาวคนดังกล่าวยังไม่รู้สึกตัว อาการไม่พ้นขีดอันตราย เจ้าหน้าที่พยาบาลนำเข้าห้องฉุกเฉิน แพทย์ได้ให้ยากระตุ้นหัวใจ เนื่องจากความดันยังต่ำอยู่ และใส่เครื่องช่วยหายใจ ยังคงรอดูอาการอยู่ห้องฉุกเฉิน ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%94จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่านักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุเป็นชาวจีน ทราบชื่อ Miss Lai Xiaochang อายุ 23 ปี ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางโดยเรือหางยาวมาเที่ยวดำน้ำดูปะการัง ที่บริเวณเกาะไก่ พร้อมเพื่อชาวจีนประมาณ 4-5 คน โดยดำน้ำแบบ skin drive (ดำน้ำตื้นดูปะการังด้วยสน็อคเกิ้ล) ระหว่างดำน้ำก็เกิดอาการหมดสติ และจมน้ำไปประมาณ 10 นาที เพื่อนๆที่ดำน้ำอยู่ใกล้ๆจึงแจ้งให้ไกด์นำเที่ยว เข้าทำการช่วยเหลือหลังจากนั้นทางไกด์นำขึ้นเรือหางยาวแล้วพามาที่เกาะปอดะ ถึงเรียกเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ

ที่มา>>>ข่าวสด

ระทึก!คลื่นสูง 2 เมตรซัดเรือหางยาวนำเที่ยวล่มหน้าหาดนพรัตน์ธารา

เรือหางยาวนำเที่ยวพลิกคว่ำที่บริเวณหน้าหาดนพรัตน์ธารา จ.กระบี่ ขณะคนขับเรือนำเรือผ่านหน้าหาดนพรัตน์ธารามาจอดเทียบท่ารอรับนักท่องเที่ยวที่บริเวณคลองยิงเสือ แต่ระหว่างทางคลื่นซัดพลิกคว่ำ เครื่องยนต์เรือจมเสียหาย เบื้องต้นไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเนื่องจากยังไม่มีนักท่องเที่ยวขึ้นเรือ201609211257202-20021028190245เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 21 ก.ย. เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ หน่วยกู้ชีพ อบต.อ่าวนาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำกระบี่ เข้าตรวจสอบเรือหางยาวนำเที่ยว ชื่อเรือศรีรักษ์ 14 ขนาดยาวประมาณ 10 เมตร กว้างประมาณ 2 เมตร ที่ประสบเหตุพลิกคว่ำที่บริเวณหน้าหาดนพรัตน์ธารา ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ห่างจากฝั่งประมาณ 50 เมตร โดยมีคนขับเรือและพนักงานเรือ จำนวนกว่า 10 คน และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่หน้าหาด เข้าไปช่วยกันกู้เรือซากกลับขึ้นฝั่งอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางคลื่นลมแรงซัดเข้าตัวเรือตลอดเวลา ต้องเร่งวิดน้ำออกจากเรือก่อนลากเรือกลับเข้าฝั่งอย่างปลอดภัย โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง เบื้องต้นโครงหลังคาดเรือ และเครื่องยนต์เรือ ได้รับความเสียหาย201609211257203-20021028190245จากการสอบถามนายเสวก วันสะดี อายุ 32 ปี คนเรือลำดังกล่าว ให้การว่าก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. ขับเรือลำดังกล่าวเพียงลำพัง ออกจากท่าเทียบเรือบริเวณจุดจอดเรือด้านหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี แต่ระหว่างทาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเกิดคลื่นลมแรงคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ซัดเข้าลำเรือทำให้เรือพลิกคว่ำ เป็นเหตุให้เครื่องยนต์จมทะเล ตนก็พยายามว่ายน้ำเกาะตัวเรือไว้ ขณะเดียวกันเพื่อนๆที่เป็นคนขับเรือที่อยู่บริเวณหน้าหาดที่เห็นเหตุการณ์ ก็เข้าไปช่วยกู้ซากเรือขึ้นมาด้วยความยากลำบาก เนื่องจากคลื่นสูงและน้ำซัดเข้าในตัวเรือตลอดเวลา ต้องตักน้ำออก และช่วยกันลากเรือเข้าฝั่งได้

นายเสวก กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้โดยสารหรือนักท่องเที่ยวอยู่บนเรือแต่อย่างใด เนื่องจากอยู่ระหว่างนำเรือไปจอดรอคิวที่บริเวณคลองยิงเสือ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร จึงไม่มีใครได้รับอันตราย ส่วนตนก็ตกจากเรือ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะนำเรือไปขึ้นคานเพื่อซ่อมแซมต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

วัดดังทับสะแกใช้เหรียญบาททำผนังโบสถ์ 3 ล้าน 7 แสนเหรียญ ให้ปชช.ทำบุญติดเองด้วยมือ

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วัดทุ่งเคล็ด ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากสำนักสงฆ์เล็กๆ บางช่วงถูกปล่อยรกร้าง มีพระธุดงค์เดินไปพบ และปักกลดจำศีล ชาวบ้านพบเห็นเกิดความศรัทธาจึงนิมนต์ให้ช่วยบูรณะสำนักสงฆ์ จนกระทั่งปัจจุบันมีศาสนะสถานหลายอย่าง กลายเป็นวัดทุ่งเคล็ดที่มีพุทธศาสนิกชนแวะเวียนเดินทางไปร่วมงานบุญต่างๆ โดยเฉพาะการสร้างอุโบสถหลังใหญ่ โดยนำเหรียญบาทมาทำฝาผนังเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ พระอุโบสถเหรียญบาท แห่งแรกของในประเทศไทย ให้เป็นสถานที่พึ่งทางธรรมในอนาคต และดึงดูดให้ประชาชน นักท่องเที่ยว เข้าวัดทำบุญ โดยต้องใช้เหรียญบาท จำนวน 3 ล้าน 7 แสนเหรียญ201609191708588-20041020160007นายประสบโชค ชนะภัย ชาวบ้านทุ่งเคล็ด เปิดเผยว่า ในอดีตบริเวณที่ใช้สร้างวัดมีต้นเคล็ดอยู่กระจัดกระจายทั่วไป จึงมีชื่อเรียกหมู่บ้านว่า ทุ่งเคล็ด เมื่อประมาณ ปี 2509 เริ่มสร้างเป็นสำนักสงฆ์ โดยที่ดินบริเวณที่สร้างวัดส่วนหนึ่งเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้าน โดยมีหลวงพ่อลาภเป็นเจ้าอาวาส ต่อมาหลาวงพ่อลาภได้สิ้นลง มีเจ้าอาวาสมาแทนหลายรูป และในช่วงหลวงพ่อสงวนเป็นเจ้าอาวาส ในปี 2537 นายเขียว แม่ชุบ ชนะภัย บิดามารดาของตนได้ถวายที่ดินส่วนหนึ่งให้สร้างวัด จึงย้ายสถานที่ตั้งสำนักสงฆ์เข้าไปด้านใน มีการสร้างศาลาหอฉันเป็นหลังแรกเพื่อให้พระภิกษุ และพุทธศาสนิกชนประกอบกิจกรรมทางพุศาสนา เมื่อหลวงพ่อสงวนสิ้น ไม่มีเจ้าอาวาสที่อยู่ประจำวัดจึงถูกปล่อยรกร้าง201609191708583-20041020160007ต่อมาชาวบ้านชาวบ้านพบว่ามีพระธุดงค์เดินมาปักกลด 1 องค์ เมื่อสอบถามทราบว่า มาจากวัดมะเดื่อทอง ชาวบ้านจึงนิมนต์ มาช่วยพัฒนาสำนักสงฆ์ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมาและได้เริ่มมีการพัฒนาสำนักสงฆ์ได้อย่างรวดเร็ว มีการปรับปรุงศาลาหอฉันหลังเก่า สร้างกุฏิพระภิกษุสงฆ์จำนวน 18 หลัง เพื่อให้พระจำพรรษาและรับรองพระอาคันตุกะ สร้างมณฑปเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป จัดตั้งศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีการศึกษา สร้างโรงอบสมุนไพรเพื่อรักษาสุขภาพและรักษาโรคต่างๆ สร้างโรงครัว ที่พักสำหรับผู้เดินทางมารักษาศีล หรือทำกิจกรรมทางพุทธศาสนา สร้างฌาปนสถาน จนกระทั่งปี 2554 ได้รับการประกาศให้เป็นวัดทุ่งเคล็ด และพระอาจารย์ อาทิตย์ อิสระญาโน (ทรัพย์ประเสริฐ) พระนักพัฒนา ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบลนาหูกวาง201609191708587-20041020160007-copyนายประสบโชค กล่าวอีกว่า ก่อนมาเป็นวัดได้แบบนี้ พระอาจารย์ อาทิตย์ ได้สร้างคนให้เข้าใจในเรื่องของบาปบุญคุณโทษ เนื่องจากคนเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างวัดวาอาราม ทำให้พุทธศาสนิกชนเกิดความรู้ ความเข้าใจ ได้รับความร่วมมือในการทำนุปรับปรุง บำรุงสำนักสงฆ์ทำให้ประสบความสำเร็จได้พระอาจารย์ อาทิตย์ กล่าวถึงแนวคิดการสร้างอุโบสถหลังใหญ่ที่ใช้เหรียญบาทมาประดับทั้งหลังว่า ไปดูแบบอย่างโครงสร้างที่วัดพระรามเก้า โดยทำเรื่องของแบบแปลนจากสำนักพุทธจังหวัด เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 10 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ดำเนินการสร้างไปแล้ว 70 เปอร์เซ็นต์ มีโครงสร้าง ตัวเรือนโบสถ์ หลังคา โดยไม่เน้นลวดลายมากมาย เป็นโบสถ์เรียบๆ สีขาว ส่วนการใช้เหรียญบาท โดยส่วนตัวศรัทธาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาตั้งแต่เด็ก เลยมีแนวคิดประชุมคณะกรรมการวัด คณะสงฆ์ ใช้เหรียญกษาปณ์ ซึ่งเป็นเหรียญบาท ติดรอบโบสถ์ทั้งหลังโดยคาดว่าจะใช้ ทั้งหมดประมาณ 3,700,000 เหรียญ ซึ่งเมื่อวันแม่แห่งชาติ วันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้รับเหรียญจากพุทธศาสนิกชนมาแล้วประมาณ 1 แสนเหรียญ ขณะนี้เริ่มติดแล้ว แต่ยังขาดเหรียญบาทอีกเป็นจำนวนมาก

จากการก่อสร้างอุโบสถ ได้รับความเมตาจาก หลวงพ่อโปร่ง โชติโก วัดถ้ำพรุตะเคียน จ.ชุมพร สนับสนุนงบประมาณจำนวน 1,500,000 บาท และมีพุทธศาสนิกชนทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัดร่วมกันบริจาค โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 นี้ ได้เตรียมจัดพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ และประมาณปี 2562 น่าจะทำการปิดทองฝังลูกนิมิตได้

“สำหรับวัตถุประสงค์ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนที่เดินทางมานมัสการพระประธานในอุโบสถ ที่ติดเหรียญกษาปณ์ทั้งองค์แล้วยังได้เคารพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งอุโบสถเหรียญบาท จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติไทย และจะมีการปรับสถานที่มีสวนหย่อม ต้นไม้ร่มรื่น สภาพภูมิทรรศ อิงพุศาสนาและคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งจะเป็นสถานที่พักผ่อน ที่พุทธศาสนิกชน พาลูกหลานมามาไหว้พระ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพุทธศาสนา สถานที่ปฏิบัติธรรมและที่พึ่งทางใจตลอดไปในอนาคต” พระอาจารย์ อาทิตย์ กล่าว

สำหรับการติดเหรียญบาทได้ใช้กาวอย่างดี และใช้กาวยาแนวอย่างดียาทับอีกรอบ จากนั้นขัดเงาเหรียญและเคลือบด้วยน้ำยาเคลือบเงา ซึ่งจะทำให้เหรียญคงทนยาวนาน ซึ่งขณะนี้เปิดให้พุทธศาสนิกชนร่วมบุญด้วยการนำเหรียญบาทมาติดเองด้วยมือคนละ 9 เหรียญ ในส่วนที่เหลือก็ถวายให้ทางวัดมอบให้ช่างทำการประดับ บางส่วนนำปัจจัยมาถวายเพื่อให้ทางวัดไปเปลี่ยนเป็นเหรียญ หรือบางคนโอนเงินมาบริจาค คิดเล่นๆว่า ถ้าได้รับบริจาคคนละ 1 บาท น่าจะติดได้ทั้งภายนอกและภายใน อีกทั้งจะเป็นสิ่งจารึกไว้ว่า ในสมัยหนึ่งได้ร่วมกันสร้างอุโบสถเหรียญบาทแห่งนี้ไว้ให้เป็นถาวรวัตถุสืบทอดไว้ให้ชนรุ่นหลัง เพราะในอนาคต เหรียญบาทก็คงมีค่ามหาศาล

“ในสมัยปัจจุบัน ศาสนากับเยาวชนห่างไกลกันมาก ดังนั้นเราชาวพุทธทั้งหลายต้องช่วยกัน ไม่ว่าด้านใดก็ตามที่จะทำให้เยาวชนชาวพุทธทั้งหลาย กลับมาสนใจ ศึกษาในหลักธรรมคำสั่งสอน ขององค์สมเด็จพระพุทธเจ้าให้มากเหมือนดังเดิม เพราะคำสั่งสอนของสมเด็จพระพุทธเจ้า สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน” พระอาจารย์อาทิตย์ กล่าว

สำหรับวัตถุมงคลที่ได้ปลุกเสกออกมา 1 รุ่น เพื่อมอบให้กับผู้ที่ได้ร่วมทำบุญในการสร้างอุโบสถ เป็นเนื้อสามกษัตริย์ ทอง เงิน นาค ผสมกันสวยงาม ด้านหน้าเป็นรูปพระสมเด็จทรงระฆัง ที่ฐานมีอักษรระบุว่า วัดบ้านทุ่งเคล็ด ส่วนด้านหลังเป็นคาถาชินบัญชร ที่เชื่อกันว่าทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง มีเมตตามหานิยม ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย และขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่างๆ

อุโบสถเหรียญกษาปณ์หนึ่งบาท วัดทุ่งเคล็ดแห่งนี้ จะเป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติไทยได้อย่างดียิ่ง อีกทั้งจะเป็นสถานที่พักผ่อนที่สำคัญ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมในอนาคต ประวัติศาสตร์จากการจารึกครั้งนี้คงอยู่คู่กับชาติไทยตลอดไป

สำหรับพุทธสาสนิกชน จะร่วมบริจาคทรัพย์หรือเหรียญบาท สามารถติดต่อได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ พระอาจารย์ พระสมุห์ อาทิตย์ 0857043117 หรือ นายประสบโชค ชนะภัย ไวยาวัจกร 0811981535 หรือโอนเงินร่วมทำบุญเข้าบัญชี วัดบ้านทุ่งเคล็ด บัญชีธนาคาร ธกส. ออมทรัพย์ บัญชีเลขที่ 020013550059

ที่มา>>>ข่าวสด

ตร.เปิดภาพสเก็ตซ์ผู้ต้องสงสัย 4 ราย วางบึ้มหัวหิน-พังงา

 เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทะเบียนอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยภาพสเก็ตซ์ผู้ต้องสงสัย 3 คน ที่ก่อเหตุวางระเบิดภายในเขตเทศบาลอ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และผู้ต้องสงสัยวางระเบิดในเขตชุมชนบริเวณตลาดบางเนียง จ.พังงา โดยผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 คน กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพได้อย่างชัดเจน โดยทั้งหมดเป็นชายแต่งกายคล้ายนักท่องเที่ยว สวมหมวกปิดบังใบหน้า และสะพายเป้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมหลักฐานและติดตามตัวและออกหมายจับต่อไป 

ที่มา>>>ข่าวสด

จุดธูปขอเจ้าป่าเปิดทางทีมค้นหานักท่องเที่ยวหลงถ้ำที่แม่สาย

จากกรณีมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ คาดเป็นชาวจีนหรือชาวญี่ปุ่น อายุประมาณ 55-60 ปี สูญหายในเขตวนอุทธยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยทิ้งไว้เพียงจักรยานข้างร้านค้า ทางเข้าด้านข้างวนอุทธยานนานนับสัปดาห์ จนคาดว่าหลงทางในถ้ำ ทางเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายออกทำการค้นหาตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ส.ค. เรื่อยมา เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มชุดค้นหา โดยมี ทีมนักประดาน้ำจากสมคมกู้ภัยศิริกรณ์เชียงราย มาช่วยเหลือการค้นหาเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากระดับน้ำในถ้ำยังไหลเชี่ยวและอันตราย มีฝนตกติดต่อกันเรื่อยมาหลายวัน จนทางเจ้าหน้าที่ต้องยุติภาระกิจการค้นหา เมื่อวันที่ 16.00 น. วันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่วนอุทธยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายชุติเดช มีจันทร์ นายอำเภอแม่สาย เชียงราย เดินทางมาร่วมอำนวยการค้นหา พร้อมทั้งขอขอบคุณ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานที่ร่วมกันช่วยค้นหาอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 วันแล้ว ถึงแม้จะยังไม่มีอะไรคืบหน้าก็ตาม ทุกฝ่ายทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่า นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเสียชีวิตไปแล้ว เพราะยังไม่มีพบศพ อาจจะยังมีความหวังอยู่ก็เป็นได้ เพราะในถ้ำมีน้ำให้ประทังชีวิตได้ คนเราขาดอาหารได้ แต่ขาดน้ำไม่ได้ ก็ยังรอฟังข่าวด้วยความหวังต่อไป ด้าน พ.ต.ท.อรรนพ  เลิศสุวรรณ รอง.ผกก.ป สภ.แม่สาย สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้งชุดสายสืบ ออกตามหาข่าว คนหายในพื้นที่ และหาเบาะแสการเข้าพักอาศัยของชาวต่างชาติ ลักษณะตามที่ได้รายงานมา พร้อมด้วยจักรยานแบบหญิงสีฟ้า ทั้งในเขต อ.แม่สาย และอ.ห้วยไคร้ เป็นที่น่าแปลกว่าขาดการติดต่อนานนับสัปดาห์เหตุใดไม่มีคนมาแจ้งหาย ต่อให้เช่าพักแบบรายวันหรือ รายเดือน ผู้ให้เช่าก็น่าจะผิดสังเกต หรือทราบข่าวจากสื่อต่างๆที่เสนอข่าวการหายไปตั้งหลายวันมาแล้ว ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่กำลังไปเช็คกล้องวงจรปิดของห้างโลตัสใกล้เคียง เพราะผู้ที่สูญหายได้ไปจับจ่ายซื้อสินค้าจากโลตัส ไม่ทราบสาขาใด มีหลักฐานเป็นถุงโลตัสตกอยู่หน้าถ้ำ รวมกับของเส้นไหว้ ที่ผู้สูญหาย ทำพิธีไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนหายไปในถ้ำ หากได้ภาพจากกล้องวงจรปิด คาดว่าจะรู้ชื่อและตรวจสอบกับ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้

ด้าน น.ส.ฤทัยวรรณ ปฏิเสน เจ้าพนักงานพิทักษ์ป่า วนอุทธยาน ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เปิดเผยว่า ถึงแม้จะติดตามค้นหาหลายวันจะไร้วี่แวว การส่งเจ้าหน้าที่เข้าค้นหาในถ้ำ คงจะยุติลงชั่วคราว แต่ยังคงขอให้เจ้าหน้าที่ของ วนอุทธยานค้นหาโดยรอบ อาจจะได้ร่องรอยก็เป็นได้

ขณะที่ นายชูเกียรติ เหลืองโสภาพรรณ หัวหน้าชุดปฏิบัติงาน สมาคมศิริกรณ์ เปิดเผยว่า วันนี้นำทีมค้นหาเป็นนักประดาน้ำ และฝ่ายสนับสนุนรวม 9 นาย การเข้าถ้ำในวันนี้เดินเท้าฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวเข้าไป ความยาวกว่า 1 กม. ใช้เวลา ไป-กลับเกือบ 3 ชม. ไม่พบสิ่งผิดสังเกต ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นเน่าเหม็น เหมือนที่เจ้าหน้าที่ชุดเมื่อวานเจอ แม้ส่งสัญญาณเสียง แสง ไปตามจุดอับต่างๆ ตามทางที่ผ่าน ก็ไม่มีการโต้ตอบกลับมา ในถ้ำกระแสน้ำแปรปรวนตลอด บางจุดน้ำสูงเกือบท่วมหัว ถึงแม้ภายนอกในจะหยุดตกมาสองวันแล้ว แต่กระแสน้ำในถ้ำยังเพิ่มขึ้นไหลแรงเป็นบางจุด ต้องคอยดูแลลูกชุด ให้ระมัดระวังตัวตลอดเวลา

รายงานข่าวแจ้งว่า ตลอดทั้งวันมีชาวบ้านเดินทางมาเพื่อติดตามข่าว โดยเจ้าหน้าที่ต้องปิดกั้นโซนปากถ้ำ ไม่ให้บุคลภายนอกเข้าไป เกรงจะเกิดอันตรายซ้ำขึ้นมา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เปิดแผงกั้นเพื่อระบายน้ำออก คาดว่าจะช่วยให้ระดับน้ำในถ้ำลดลงไม่มากก็น้อย ชาวบ้านเริ่มหันมาพึ่งทางไสยศาสตร์มีการนำธูป เทียนมาจุดบอกเจ้าป่าเจ้าเขา ขอให้เปิดทางไม่บังตาให้กับทีมค้นหา ด้วยความหวังว่าขอให้เจอในสภาพที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่อยากให้เสียชีวิตคาถ้ำ

ที่มา>>>ข่าวสด