ฆ่าหมกศพหนุ่มใหญ่ริมคันนา ตร.ตรวจที่เกิดเหตุพบรอยเท้า คุมตัวญาติ-ก๊วนวงเหล้าสอบเครียด

เมื่อเวลา 21.42 น. วันที่ 13 ส.ค. พ.ต.ท.บุญส่ง ไก่ก้อ สารวัตรสอบสวน สภ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี รับแจ้งพบศพบริเวณกลางทุ่งนา บ้านแม่ประจันต์ หมู่ 6 ต.วังไคร้ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาแล้วพร้อมด้วยตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานฯ มูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน และเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งรุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณกลางทุ่งนา พบร่างผู้เสียชีวิตในสภาพนอนคว่ำหน้ากับดินติดคันนา สวมใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายสก๊อต กางเกงขาสั้น ทราบชื่อคือ นายสมชาย สุกใส อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 1 ต.วังไคร้ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี มีบาดแผลที่ศีรษะ แผ่นหลัง และแขนด้านซ้าย เสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ใกล้กันพบด้ามไม้ความยาว 50 ซ.ม. รองเท้าแตะ และมีดง้าวตกอยู่ ห่างออกไปพบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิต ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ100 สีเทา ทะเบียน กยต 506 เพชรบุรี ถูกจอดทิ้งไว้ นอกจากนี้ยังพบร่อยรอยการต่อสู้และรอยเท้าจำนวนหนึ่งอยู่ภายในที่เกิดเหตุ

น.ส.พิลัย ออดซี อายุ 43 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต เล่าว่า นายสมชายชอบมักจะดื่มสุราเป็นประจำกับกลุ่มเพื่อนในหมู่บ้าน เมื่อช่วงเช้าก่อนเกิดเหตุเวลา 09.30 น. นายสมชายบอกตนว่าจะออกไปไร่และหยิบมีดง้าวติดตัวไป กระทั่งช่วงเย็นไม่กลับบ้าน ตนรู้สึกผิดสังเกตจึงให้ญาติพี่น้องออกตามหา จนพบรถจักรยานยนต์และพบร่างนายสมชายนอนเสียชีวิตอยู่ในบริเวณดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นการฆาตกรรม อย่างไรก็ตาม จะสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง โดยคุมตัวญาติและเพื่อนร่วมวงเหล้าสอบเครียด  ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้ส่งไปผ่าพิสูจน์ทางนิติเวชที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงในการเสียชีวิต

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ชาวบ้านนับร้อยบุกพิสูจน์ผีกระสือโผล่ป่าช้าดงสงบาก บอกถ่ายได้จะจะแสงไฟวูบวาบๆ(คลิป)

วันที่ 6 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่วันที่ 5 ส.ค.59 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ในพื้นที่ บ้านสงยาง ม.6 ต.เหล่าพรวน อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ว่า ระยะนี้มีผู้พบเห็นดวงไฟประหลาดลอยขึ้นๆ ลงๆ ตามทุ่งนาข้างหมู่บ้าน โดยลอยมาจากทางป่าช้าดงสงบากอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งชาวบ้านลือกันว่าเป็นผีกระสือในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา    ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในพื้นที่ ขณะที่เมื่อคืนของวันที่ 4 ส.ค.59 ที่ผ่านมา ชาวบ้านกว่า 100 คนทั้งเด็กๆ วัยรุ่นหนุ่มสาว และผู้ใหญ่ต่างพากันไปดักซุ่มรอดูผีกระสือตามคำบอกเล่าของผู้ที่พบเห็น ที่บริเวณทุ่งนาข้างหมู่บ้าน ชาวบ้านนับ 100 คนที่มารอดู ถึงกับเรียกเสียงฮือฮา สร้างความแตกตื่นในสิ่งที่เห็น เมื่อมีดวงไฟประหลาดสีแดงกลม ลอยออกมาจากป่าช้าดังกล่าว ขึ้นๆ ลงๆ ที่บริเวณป่าช้าดงสงบาก ทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งแรกช่วงเวลา 21.40 น. และครั้งที่สองช่วงเวลา 23.50 น. ก่อนที่จะหายไปและไม่โผล่ขึ้นมาอีก  ในช่วงค่ำที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ บ.สงยาง เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง พบกลุ่มชาวบ้านและวัยรุ่น และผู้ใหญ่ จับกลุ่มวิพากย์วิจารณ์ถึงเรื่องดังกล่าวพอดี ก่อนจะทราบว่า มีผู้ถ่ายภาพ และคลิปผีกระสือขณะปรากฏตัวท่ามกลางความมือดกลางทุ่งนาได้แต่ก็ไม่ชัดเจนมากนัก ซึ่งมีหลายภาพ และคลิปมีความยาวประมาณ 5 นาที ลักษณะเป็นดวงไฟสีแดงกลมลอยขึ้นๆ ลงๆ ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นดวงไฟของผีกระสือ สร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันมีชาวบ้านหมู่บ้านใกล้เคียงและต่างอำเภอที่รู้เรื่องดังกล่าวต่างพากันแห่มาเฝ้ารอดูผีกระสือนับพันคน        อย่างไรก็ตาม พบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ยังดำเนินชีวิตตามปกติเช่นเคย ไม่ได้มีความหวาดกลัว วิตกหรือตื่นตระหนกแต่อย่างใด เพราะยังไม่ว่าได้เกิดเหตุการณ์เรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นกับคนในหมู่บ้าน หรือสัตว์ทีเลี้ยงไว้แต่อย่างใด มีเพียงชาวบ้านบางรายเท่านั้นที่รีบเข้านอน เพราะกลัวกับกระแสข่าวลือที่เกิดขึ้นว่ามีผีกระสือปรากฏตัวในหมู่บ้าน

นายสุพล บุญหาญ อายุ 39 ปี ชาวบ้านสงยาง ผู้พบเห็นดวงไฟประหลาดที่เชื่อว่าเป็นผีกระสือ เปิดเผยว่า เมื่อช่วง 3-4 ที่ผ่านมานั้น เมื่อช่วงเวลาสักประมาณ 22.00 น. หลังจากที่ตนอาบน้ำเสร็จ ตนก็ได้ออกมายืนมองไปที่นาของตน ซึ่งห่างจากป่าช้าดงสงบากไม่มากนัก จู่ๆ ก็มีดวงไฟสีแดงกลมวูบวาบๆ ลอยขึ้นจากป่าดังกล่าว แล้วก็ลอยไปลอยมาไม่อยู่กับที่ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับตนยิ่งนัก เนื่องจากไม่เคยเห็นมาก่อน   “เชื่อว่าเป็นผีกระสืออย่างแน่นอนเนื่องจากดวงไฟมีขนาดนั้น ถัดมาอีกคืนเวลาเดียวกัน ผมก็เห็นอีกจึงได้ไปเล่าให้ชาวบ้านคนอื่นๆ ฟัง ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่บางคนก็ว่าไม่ใช่กระสือ ดวงไฟนั้นอาจจะเป็นหว่านของคนที่เล่นของก็เป็นได้ หลังจากนั้นชาวบ้านก็ต่างพากันมาดักซุ่มรอดูอยู่ที่บริเวณดังกล่าว และต่างก็พากันเห็นเช่นเดียวกันกับที่ผมเห็น”นายสุพลกล่าว    ขณะที่ น.ส.พัชริฎาภรณ์ มณพันธ์ อายุ 20 ปี ชาวบ้านสงยาง ผู้ที่ถ่ายรูปไว้ได้ เปิดเผยว่า หลังจากที่มีข่าวลือและได้มีวัยรุ่นในบ้านปลาค้าว ซึ่งอยู่ถัดออกไปจากหมู่บ้านของตนไม่ไกลนัก ที่เป็นผู้ถ่ายภาพ และคลิปเอาไว้ได้ จากนั้นจึงได้มีการโพสต์ภาพและคลิปวีดีโอลงเฟซบุ๊ก ซึ่งทำให้เรื่องดังกล่าวแพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านตน และเพื่อนก็ได้พากันมาดักซุ่มรออยู่

“วันแรกที่มาดักซุ่มรอดูก็มาเห็นดวงไฟกลมสีแดง ในช่วงเวลาเกือบเที่ยงคืน ลอยขึ้นมาจากป่าช้าดงสงบาก มาทางทุ่งนาข้างหมู่บ้าน หนูกับเพื่อนและชาวบ้านอีกหลายคนต่างก็พากันวิ่งตามดวงไฟกลมสีแดงประหลาดไป แต่สักพักดวงไฟกลมสีแดง ก็หายไปต่อหน้าต่อตา สร้างความประหลาดใจให้กับหนูและเพื่อนเป็นอย่างมากกับสิ่งที่ได้เห็น และต่างพากันเชื่อว่าดวงไฟกลมสีแดงประหลาดนั้น คือผีกระสืออย่างแน่นอน”

จนกระเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 6 ส.ค.  ดวงไฟกลมสีแดงก็ลอยขึ้นมาจากบริเวณ ที่ชาวบ้านพากันแห่มาเฝ้ารอดูผีกระสือแถวทุ่งนา เรียกเสียงฮือฮาให้กับชาวบ้านที่มารอดูเป็นอย่างมาก จากนั้นชาวบ้านจึงได้พากันวิ่งตามดวงไฟกลมสีแดงประหลาดไป แต่จู่ๆ ดวงไฟกลมสีแดงประหลาดก็หายวับไปต่อหน้าต่อชาวบ้านที่กำลังวิ่งตามอยู่ในขณะนั้น และมีชาวบ้านที่สามารถถ่ายคลิปได้ด้วย แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่นอนว่าดวงไฟที่นั่นเป็นผีกระสือจริงอย่างที่ชาวบ้านเชื่อกันหรือไม่แต่อย่างใด

ที่มา>>>ข่าวสด

นางพยาบาลอุดรฯบุกรักษาคนป่วยถึงเถียงนา หลังแม่ใช้กระดาษลังเขียนจดหมายวอนรักษาลูก!

วันที่ 4 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวสุดประทับใจ ที่แสดงให้เห็นความรักของแม่ที่มีต่อลูกและการทุ่มเททำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พยาบาล โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพเหตุการณ์ที่เกิดที่ อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี ระบุว่า หญิงคนหนึ่งเป็นห่วงลูกชายที่ไม่สบายและไม่ยอมไปหาหมอที่โรงพยาบาล จึงเขียนจดหมายโดยใช้เศษกระดาษลังสีน้ำตาลแทนกระดาษจดหมาย ส่งไปที่โรงพยาบาลไชยวาน อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี เนื้อหาว่า “แม่ไพวัลล์ พิมโสภา แม่ของคมกริช พิมโสภา มันไม่มา ให้หมอไปเอง เรียนเชิญด้วย” เมื่อได้รับทราบข้อความในกระดาษลัง เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลไชยวานจึงเดินทางไปหาผู้ป่วยถึงที่ โดยสถานที่ที่ผู้ป่วยอาศัยอยู่ลึกเข้าไปในทุ่งนา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเดินลัดผ่าและคันนาจนถึงกระท่อมที่ผู้ป่วยนอนอยู่และทำการรักษาในที่สุด ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กที่เป็นผู้เผยแพร่เรื่องนี้ระบุว่า “ขออนุญาตินะคะ..ขอแชร์..บุคคลากรที่ดีของอุดรค่ะ. ไม่ทิ้งคนที่เจ็บป่วยถึงจะลำบากก็ไม่รังเกียจ…โรงพยาบาลไชยวาน..อุดรธานี…ชื่นชมค่ะ” ด้านชาวเน็ตพากันยกย่องบุคลากรของโรงพยาบาลไชยวาน ที่ตั้งใจทำงานโดยไม่เลือกปฏิบัติ และเห็นทุกชีวิตมีคุณค่าเท่าเทียมกัน

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดใจ”ผึ้ง”สาวสุรินทร์ กับ”สติ๊ก”สามีชาวฝรั่งเศส ถึงชีวิตแบบบ้านๆและความรักที่หวานชื่น

สาวอีสาน พูดจาจริงใจ หัวเราะคำโตๆ อย่าง สุภาวดี ไลลานี บูเตอเลอซ์ หรือ ผึ้ง สาวสุรินทร์ อายุ 30 ปี กับแฟนหนุ่ม ดิมิทรี ปาสกาล เจอราส์ อองรี บูเตอ เลอซ์ หรือ สติ๊ก อายุ 24 ปี สามีชาวฝรั่งเศส กำลังถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อมีการแชร์เรื่องราวของเขาที่เล่าเรื่องราวชีวิตประจำวันผ่าน เฟซบุ๊ก ชื่อ “Jessica Difford” ที่ติดดิน บ้านๆ และซื่อๆ ตามวิถีชีวิตคนอีสาน มีโอกาสนั่งคุยกับ คุณผึ้ง ถึงเรื่องราวความรัก และรูปภาพที่เล่าเรื่องผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งทำให้สาวๆบางส่วนแอบอิจฉา เธอไม่น้อยที่มีแฟนหนุ่มรูปงามอยู่เคียงข้าง คุณผึ้ง เริ่มเล่าว่า ตนเกิดที่ จ.สุรินทร์ แต่ไปทำงานอยู่ที่จ.ภูเก็ต เป็นผู้จัดการฝ่ายขายเกี่ยวกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ส่วนสติ๊กเป็นเว็บมาสเตอร์ เขียนบทความให้เว็บไซต์ แต่สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ ทำได้ทั่วโลก รู้จักกับสติ๊ก เพราะเขาเป็นเพื่อนของเพื่อนตอนนั้นเขามีปัญหาเรื่องหัวใจ จึงทักแชทเฟชบุ๊กเรามา นั้นคือจุดเริ่มต้น เลยได้คุยกัน จากจุดเริ่มต้นตรงนั้น เมื่อได้คุยกันตลอดทำให้มีความรู้สึกดีต่อกัน เหมือนสปาร์กกัน ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆตามมามากมาย และเกิดเป็นความรักขึ้นมา ถึงตอนนี้เรารู้จักกันมา 1 ปี และได้หมั้นกันไว้แล้ว โดยมีแผนจะแต่งงานในปีหน้า ซึ่งจะจัดงานแต่ง 3 ที่ คือที่ประเทศฝรั่งเศส, จ.สุรินทร์ และ ที่จ.ภูเก็ต ความรักของคุณผึ้ง กับสติ๊ก หนุ่มรูปหล่อฝรั่งเศส นั้นเริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เมื่อคุณผึ้ง ทำอัลบั้มขอบคุณสติ๊ก ผ่านทางเฟซบุ๊ก และมีสื่อออนไลน์นำไปลง จนทำให้มีผู้เข้ามาติดตามในเฟซบุ๊กมากขึ้น คุณผึ้ง เล่าว่า วิธีมัดใจสติ๊กนั้น ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แค่เป็นตัวของตัวเอง ที่เป็นคนไม่เครียด คนที่ติดตามจะรู้ว่าเราเป็นคนเฮฮาตลอด เป็นคนมีเหตุผล จะโกรธอะไรต้องมีเหตุผล แต่ที่อยู่กับสติ๊กมาไม่เคยโกรธกันเลย อยู่ด้วยความเข้าใจ และสุดท้ายคือเป็นคนทำอาหารเก่ง  และแม้วิถีชีวิตจะแตกต่างกัน และเป็นคนละชาติ วิธีที่ทำให้เข้าใจกันและปรับเข้าหากันได้ คือเราจะสอนสติ๊กว่าสิ่งไหนควรทำสิ่งไหนไม่ควรทำ สิ่งที่เราเคารพจริงๆก็จะให้เขาเข้าใจเรา ด้วยการพยายามอธิบายให้เข้าใจ ส่วนด้านตัวเรา เราเป็นตัวของตัวเอง ถ้าเขาจะให้เปลี่ยนไปเป็นอีกคน เราก็คงทำไม่ได้ นี่คือตัวตนของเรา แต่จริงๆเขาก็ไม่มีอะไรให้เราต้องเปลี่ยน แม้จะดูหวานชื่น แต่ทุกความรักมักมีอุปสรรคมาให้พิสูจน์รักแท้เสมอ ซึ่งแม้ไม่ได้เกิดจากตัวของทั้งคู่ แต่คำนินทาดูถูกว่าจะคบกันได้นานหรอ รักกันจริงหรอ ก็เข้ามากระทบจิตใจ และกระแน่ะกระแหน่ตลอด แต่แม้ระยะเวลาที่เราคบกันอาจจะน้อย แต่ว่าเราใช้ใจและใช้ความรู้สึกของเราสื่อสารกัน ซึ่งมันสำคัญกว่าเวลาที่คบกันมา ถ้าคบกันนาน 10 ปี แล้วไม่เข้าใจกัน มันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ เมื่อถามถึงความต่างระหว่างผู้ชายต่างชาติกับผู้ชายไทยนั้น คุณผึ้งให้ความเห็นว่า ที่เราเคยเจอผู้ชายไทยมีแต่ดูถูกเรา เรียกเราว่าอีดำบ้าง ว่าเราน่าเกลียดบ้าง ส่วนผู้ชายต่างชาติจะมีความรับผิดชอบ ให้เกียรติเรา ซึ่งเราประทับใจตรงจุดนี้ สำหรับสาเหตุที่มีคนมาติดตามเรื่องราวของตนผ่านเฟซบุ๊กมากขึ้นนั้น คิดว่าอาจเป็นเพราะไลต์สไตล์ การใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายของเรา แบบมีความสุขกับธรมชาติ ซึ่งที่บ้านเกิดจ.สุรินทร์ ก็เป็นธรรมชาติมาก และสติ๊กชอบบรรยากาศ หลังจากหมั้นกันแล้ว สติ๊กก็ชวนไปอยู่ที่จ.สุรินทร์ เราก็ใช้เวลาคิดอยู่นานว่าจะทิ้งงานและกลับไปอยู่บ้านไหม พอคิดอยู่หลายๆวัน ให้ใจคิดว่าชอบแแบบไหนมากกว่า สรุปคิดออกมาได้คำตอบว่า เราอยากกลับไปอยู่บ้าน เราชอบธรรมชาติ อยากไปใช้ชีวิตแบบที่ฝันไว้ จึงกลับไปอยู่บ้านที่จ.สุรินทร์กัน และเป็นเพราะลุคเราติดดินดูเป็นคนสนุก ทำให้มีคนมาติดตามเรา คงมีหลายคนอยากมีชีวิตเหมือนเรา แต่ทำไม่ได้ อาจเป็นเพราะหน้าที่การงาน หรือเหตุผลอื่นๆหลายอย่าง พอมาเจอรูปภาพเราที่สื่อออกมา ทำให้เขาชอบ อาจเป็นความฝันเขาด้วยที่อยากใช้ชีวิตแบบนี้ และอาจเป็นเพราะสติ๊กที่เขาเป็นชาวต่างชาติ แต่มาใช้ชีวิตกับเราที่บ้านนอกได้ ส่วนภาพที่ออกมากลัวว่าบางคนจะมองว่าเป็นการแสดงออกมาไม่ดีหรือไม่นั้น ตนมองว่าวัฒนธรรมต่างชาติ กับประเทศไทยไม่เหมือนกัน เราก็ไม่ได้ไปจูบคนอื่น จูบสามีตัวเอง วันหนึ่งก็จูบวันละกี่ร้อยครั้งก็ไม่รู้ จูบกันบ่อยเรื่อยๆอยู่แล้ว จูบกันไปเถอะเดี๋ยวไม่มีคนให้จูบ สำหรับ สติ๊ก นั้นเมื่อเขามาอยู่กับเรา เขาชอบธรรมชาติ ทุ่งนา และชอบพาหมา ขึ้นรถซาเล้ง ไปเดินเล่นที่ทุ่งนา ส่วนตัวเขาตอนนี้กำลังเรียนรู้เรื่องการทำนา ในส่วนอาหารการกิน นั้นไม่มีปัญหาต่อสติ๊กเลย คนอีสานกินอาหารอะไร สติ๊กก็กินได้อย่างนั้น โดยอาหารโปรดของเขา คือส้มตำ ไก่ย่าง และลาบ ก่อนจากกัน คุณผึ้ง ฝากเตือนสาวไทย ที่หวังจะพบรักกับชาวต่างชาติผ่านทางโลกออนไลน์ว่า ชีวิตคนเรามันไม่ได้สวยงามเสมอไป เราเองโชคดีที่ได้เขามาเป็นสามี บางคนไม่ได้เข้ามาด้วยความจริงใจ อาจมาหลอกเรา แต่อยากให้ทุกคนคิดดูดีดีว่ามันสมควรไหม ความรักเป็นเรื่องที่ดีก็จริง แต่จะเจอคนที่ดีไหม เราต้องดูด้วยตนเอง ต้องใช้สติ อย่าหลงงมงายมากเกินไป อย่ายึดติดกับสิ่งที่มันไม่ใช่

ที่มา>>>ข่าวสด