สลด! “น้องรดา”เหยื่อไฟไหม้รร.ที่เชียงราย อาการทรุด ตาบอด-พูดไม่ได้-สมองไม่สั่งการ

“น้องเฟริส” สาวข้ามเพศ ผู้จุดกระแสแนวคิดแฮ็ชแท็กทำดีสร้างภาพ #ทำดีสร้างภาพได้โพสต์ในเฟซบุ๊ค Firzty Shawatida Kuptawatin  ระบุว่า 1 แชร์ของท่าน ช่วยชีวิตเด็กหญิงเคราะห์ร้ายคนนึงได้ หลังจากที่ได้คุยกับคุณพ่อของน้องรดา เหยื่อไฟไหม้หอพักนร.หญิง ที่รอดชีวิตด้วยอาการสาหัสแล้ว สงสารทางน้องและครอบครัวมาก คุณพ่อเล่าว่า ตอนนี้คุณหมอบอกว่าน้องได้พิการทุกด้านแล้ว ทั้งมือและขา หูหนวก ตาบอดพูดไม่ได้ สมองไม่สั่งการเนื่องจากควันไฟทำลายสมองหมดแล้ว  …ย้อนกลับไปทุกคนคงจะจำเหตุการณ์ไฟไหม้หอพักนักเรียนหญิงที่โรงเรียนพิทักษ์เกียรติฯที่อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ที่ก่อนหน้านี้เป็นข่าวดัง คงจะจำกันได้นะคะ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 เดือน 5 ที่ผ่านมา มีนักเรียนที่เสียชีวิตทั้งหมด 17 คน บาดเจ็บเล็กน้อย 3 คน เจ็บสาหัส 1 คน (คือด.ญ.รดา อาเชอะ อายุ 9 ขวบ) จนถึงปัจจุบันน้องรดายังคงนอนอยู่ที่โรงพยาบาลสวนดอกเชียงใหม่ อาการยังแย่มาก  ตอนนี้คุณพ่อของน้องซึ่งเป็น รปภ. ก็ต้องลาออกจากงานมาดูแลลูกสาว ส่วนคุณแม่ก็ต้องขายของเลี้ยงครอบครัวและลูกเล็กๆอีก 2 คนที่เหลือ ที่สำคัญคุณพ่อเล่าว่า ทางรร.หรือหอพักดังกล่าว ยังไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบใดๆ แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตเลย รวมถึงครอบครัวของน้องรดาเองด้วย แต่กลับมีการเปิดรับเงินบริจาคจำนวนมาก และเอาเงินไปซ่อมแซมอาคาร แต่ไม่มีการออกมาช่วยเหลือผู้เสียหายเลย เฟิสจึงอยากวิงวอนสังคมให้ช่วยน้องด้วยค่ะ เราจะไม่ไปเรียกร้องความยุติธรรมจากฝ่ายใดทั้งนั้น อย่างที่บอกเราจะปล่อยให้เวรกรรมตกตามคุณไป สิ่งที่เราทำได้คือคนไทยควรช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆในสื่อโซเชี่ยวตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของค่าผ้าอ้อมที่น้องต้องใช้ทุกวัน ค่ารักษาในระยะยาว ซึ่งทางครอบครัวและตัวน้องเองสู้มากๆ และมีความหวังว่าจะมีปาฏิหารย์เกิดขึ้นกับน้อง โดยผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคเงินช่วยเหลือน้องรดาได้ที่ บัญชีธนาคารกรุงไทย984-5-48001-2 ชื่อบัญชี ด.ญ.รดา อาเซาะ ต่อมาผู้สทื่อข่าวได้สัมภาษณ์ นายชาตินันท์ เลเซอร์ พ่อน้องรดา กล่าวว่า ตอนนี้อาการของลูกสาวน่าสงสารมาก เพราะพูดไม่ได้ มองไม่เห็น ขยับแขนและขาไม่ได้เลย ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดตลอดเวลา หมอต้องให้ยาระงับความปวด ส่วนสาเหตุที่เป็นแบบนี้ หมอบอกว่าเป็นเพราะขาดออกซิเจนนานเกินไป จากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนั้น “ผมรับสภาพนี้ไม่ได้ เห็นลูกแล้วสงสารมากๆ หลังเกิดเหตุรักษาตัวที่โรงพยาบาลเชียงราย แต่เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา อาการของน้องรดาทรุดลง ผมเลยตัดสินใจย้ายมารักษาตัวที่โรงพยาบาลสวนดอกที่เชียงใหม่ ส่วนผมเองก็ลาออกจากงานรปภ.มาเฝ้าลูกทุกวัน เพราะต้องทำกายภาพบำบัดให้ลูก เนื่องจากตอนนี้ข้อแขนและขาติดแล้ว ต้องทำกายภาพตลอด”นายชาตินันท์

ที่มา>>>ข่าวสด

พบช้างป่าตาบอดไม่ดุร้าย! ย่องกินมะม่วงบ้านอดีตครูเมืองกาญจน์

(ภาพจาก : อำเภอศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี)

ช้างป่าสลักพระลงจากป่ามาหาของกิน ได้บุกบ้านอดีตข้าราชการครูศรีสวัสดิ์ หม่ำมะม่วงแบบสบายใจ โดยช้างตัวนี้ไม่มีนิสัยดุร้าย ขณะที่ นอภ.เมืองกาญจน์ แนะ ชาวบ้าน-นทท.ใช้ถนนสายลาดหญ้า-ศรีสวัสดิ์ ให้ระวัง เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนและช้างป่า…

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 พ.ค. นายเสรี คงอยู่ นายอำเภอศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่า ช้างป่าเพศเมีย ตัวขนาดใหญ่ ลักษณะหูแหว่ง และตาบอด เข้าไปกินมะม่วงที่ปลูกเอาไว้ภายในบริเวณบ้านเลขที่ 139/1 หมู่ 2 ต.ท่ากระดาน ของนางจินตนา จันทะเกษ อดีตข้าราชการครู ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ไม่ได้ทำลายข้าวของอย่างอื่นให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งทราบว่าเจ้าของบ้านเองก็ไม่ได้คิดทำร้ายช้างแม้แต่นิดเดียว และยังปล่อยให้ช้างกินมะม่วงได้อย่างสบายใจ ซึ่งนับว่าอดีตข้าราชการครูคนดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระโดยแท้จริง และจากการรายงานก็ทราบว่าช้างตัวดังกล่าวเป็นช้างตัวเดียวกันที่เข้าไปทำลายกระเบื้อง และหักโค่นต้นไม้ประดับ ภายในบริเวณโรงเรียนอนุบาลศรีสวัสดิ์ บ้านเกาะบุก หมู่ 2 ต.หนองเป็ด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ช้างตัวดังกล่าวยังเคยเข้าไปในพื้นที่โรงพยาบาลท่ากระดานมาแล้วหลายครั้ง

ส่วนสาเหตุที่ช้างตัวนี้ออกจากป่าลงมาหากินตามลำพังตัวเดียวนั้น เบื้องต้นคาดว่า อาจจะเข้ากับโขลงช้างป่าที่มีอยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระไม่ได้ เนื่องจากพิการตาบอดไป 1 ข้าง หรืออาจจะเป็นนิสัยของช้างเองที่ชอบออกหากินตามลำพังก็เป็นไปได้ และทราบว่าช้างตัวนี้มีนิสัยไม่ดุร้าย ดังนั้นจึงขอฝากไปยังประชาชนว่าอย่าได้ไปทำร้ายมันอย่างเด็ดขาด เชื่อว่าเมื่อถึงหน้าฝนนี้ ช้างก็จะกลับเข้าไปหากินในป่าเอง โดยตนจะได้รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้นายศักดิ สมบุญโต ผวจ.กาญจนบุรี ทราบต่อไปช้างพังป่าตาบอดไม่ดุร้าย! แอบกินมะม่วง บ้านอดีตครูเมืองกาญจน์ เจ้าของก็ปล่อยให้กิน เพราะสงสาร

ด้าน นายพจน์ หรูวรนันท์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี กล่าวว่า ช้างป่าที่อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เบื้องต้นคาดว่ามีอยู่ประมาณเกือบ 300 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่จะอาศัยหากินอยู่ในป่าลึก ซึ่งเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่าโขลงช้างป่าประมาณ 13 ตัว ได้ออกจากป่าเดินข้ามถนนสายลาดหญ้า-ศรีสวัสดิ์ พื้นที่บ้านแก่งปลากด หมู่ 5 ต.ช่องสะเดา อ.เมืองกาญจนบุรี ลงไปกินน้ำที่แม่น้ำแควใหญ่ ซึ่งช้างจะลงมาหากินน้ำในช่วงเวลาเย็นเกือบทุกวัน และระหว่างทางช้างบางตัวก็จะเดินเข้าไปหากินน้ำที่ชาวบ้านกักเก็บเอาไว้ในโอ่ง หรือภาชนะอื่นๆ รวมทั้งทำลายพืชไร่ของชาวบ้านจนเสียหายมาแล้วหลายครั้ง แต่ชาวบ้านในพื้นที่ก็ไม่เคยคิดทำร้ายมัน เพราะทุกคนต่างเข้าใจว่าขณะนี้ในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก ทำให้ช้างต้องออกมาหากินนอกพื้นที่ดังกล่าว

นายพจน์ กล่าวต่อว่า ส่วนแนวทางในการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น คือเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐ ได้ช่วยกันบรรทุกน้ำเข้าไปเติมในบ่อที่มีอยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เพื่อให้ช้างได้ดื่มกิน ซึ่งก็ได้ผลในระดับหนึ่ง และเชื่อว่าหากอีกไม่นานมีฝนตกลงมา ก็จะทำให้ช้างมีแหล่งน้ำที่มากขึ้น สุดท้ายนี้หากประชาชนหรือนักท่องเที่ยวใช้เส้นทางลาดหญ้า-ศรีสวัสดิ์ ก็ขอให้สังเกตป้ายเตือนที่ติดเอาไว้ตามเส้นทาง โดยขอให้ขับรถอย่างช้าๆ เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนและช้างด้วย เพราะทุกวันนี้ยังคงมีช้างป่าเดินข้ามถนนลงมากินน้ำที่แม่น้ำแควใหญ่อยู่เป็นประจำ.

ที่มา>>>Thairath