ส่ง “ทาร์ซานสาวเขมร” คืนอ้อมอกพ่อเวียดนามแล้ว

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าชะตากรรมของหญิงชาวกัมพูชาที่หลงป่าอยู่นานกว่า 18 ปี กระทั่งครอบครัวชาวนาเข้าไปพบและนำตัวออกมาอยู่ด้วย ล่าสุด ทางการกัมพูชาส่งหญิงสาวให้ชายชาวเวียดนามที่ออกมาระบุว่าเป็นพ่อที่แท้จริงแล้ว

หญิงสาวเมื่อปี 2550

เรื่องราวของทาร์ซานสาวปรากฏเป็นข่าวไปทั่วโลก ในปี 2550  เมื่อครอบครัวชาวนาในกรุงพนมเปญพบตัวขณะเปลือยกายล่อนจ้อนนั่งกินเศษข้าวอยู่ในบ่อโคลน จึงพามาและอุปการะเลี้ยงดูไว้เนื่องจากเชื่อว่าเป็นลูกสาวชื่อ “โรชม เพนียง” ที่หายไปในปี 2532 ระหว่างต้อนควายในป่าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ อย่างไรก็ตาม ทางการกัมพูชาส่งตัวทาร์ซานสาวผู้นี้คืนให้กับพ่อบังเกิดเกล้าที่แท้จริงแล้ว หลังมีชายชาวเวียดนามอายุ 70 ปี ชื่อเปียว เขียนจดหมายถึงครอบครัวชาวนาที่เลี้ยงดูทาร์ซานสาวอยู่เมื่อเดือนก.ค.ปีนี้พ่อแท้จริง (คนที่อยู่ด้านขวาของหญิงสาว) มาหาลูกที่หมู่บ้านในจังหวัดรัตนคิรี

นายเปียว ระบุว่า เป็นลูกสาวของตน ชื่อตั๊ก มีประวัติป่วยทางจิต และหายตัวไปในปี 2549 โดยตนพบเห็นภาพลูกสาวทางเว็บไซต์เฟซบุ๊กจึงจำหน้าได้  ขณะที่ทางครอบครัวชาวนาผู้อุปการะนางสาวตั๊ก ระบุว่า ส่งตั๊กคืนให้ครอบครัวแท้จริงไปแล้วทั้งน้ำตา หลังกัมพูชาพิสูจน์ทราบทางการแพทย์แล้วว่านายเปียวเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของน.ส.ตั๊กจริง และว่าทางครอบครัวร้องไห้เพราะจะต้องคิดถึงน.ส.ตั๊กมาก

ขณะที่นายเปียว ตกลงจะจ่ายเงิน 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 52,000 บาท เป็นการตอบแทนครอบครัวชาวนาที่ช่วยเหลือบุตรสาวของตนไว้

ที่มา>>>ข่าวสด

“ปลูกทานตะวัน” สู้ภัยแล้งรายได้ดี

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. นายวโรชา จันทโชติ อายุ 49 ปี เกษตรกรหมู่ 8 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เปิดเผยถึงแปลงปลูกทานตะวันกับแปลงปลูกดาวเรืองกว่า 50 ไร่ ริมถนนสายวิเศษ-อ่างทอง ใกล้กับวัดม่วง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ว่า เป็นผลงานที่เกิดขึ้นได้จากฝีมือของตนและลูกทีม

ในสวนมะนาวพันธุ์แป้นวโรชา ที่ทำขึ้นเพื่อให้เกษตรกร ชาวนาในพื้นที่ จ.อ่างทอง และชาวบ้านใกล้เคียงได้มาดูมาชื่นชม พร้อมกับคิดใหม่ทำใหม่อย่าได้สิ้นหวัง กับภาวะภัยแล้ง เพราะยังมีพืชอีกหลายตัวที่สามารถสู้แล้งได้อย่างเช่น ต้นทานตะวันกับดาวเรือง“ทานตะวันกับดาวเรืองที่ปลูกขึ้นมาในครั้งนี้ โดยต้นทานตะวันใช้วิธีการปลูกแบบหยอดหลุม ใช้ระยะเวลาการปลูกเพียง 55 วัน จะให้ดอกได้แล้ว และจะบานเป็นระยะเวลา 8-10 วัน ซึ่งยังคงบานให้เห็นไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน ส่วนแปลงปลูกดาวเรือง จะต้องเพาะกล้าในถาด 12 วัน ก่อนนำปลูก ลงดิน อีก 50 วัน จึงออกดอก แต่สามารถเก็บผลผลิต ดอกดาวเรืองขายได้ตั้งแต่ 1-3 เดือน แถมการให้น้ำ เพียง 3 วันต่อครั้งเท่านั้น หากนำไปขายได้ราคาดี ทำให้ครอบครัวมีความสุข แม้ว่าจะไม่มีน้ำมาทำนา ก็สามารถทำการปลูกพืชชนิดอื่นได้”นายวโรชาบอกอีกว่า ทุกวันนี้เห็นเกษตรกรรายอื่นๆที่ทำนา ต่างหมดความหวังเพราะรอน้ำฝน บางรายฝนตกลงมาไม่มากนักก็ดีใจเร่งหว่านนาเพื่อปลูกข้าว แต่ผลปรากฏว่า ฝนตกลงมาไม่มากนัก ส่งผลให้ต้นกล้าต้องแห้งเหี่ยวตาย ขาดทุนขาดรายได้ จึงขอฝากเตือนให้พวกเราควรระมัดระวังอย่าได้รีบร้อน ปลูกข้าวในตอนนี้ รอฟังทางรัฐบาลว่าจะดำเนินการ เช่นไร ส่วนหากมีเวลาว่างอยากให้เกษตรกรในพื้นที่ จ.อ่างทอง และใกล้เคียงได้มาศึกษาดูงาน วิธีการปลูก การขยายพันธุ์ และมาชื่นชมแปลงทานตะวันกับดาวเรือง ที่กำลังบานสะพรั่งอยู่ในขณะนี้ ไปไม่ถูกสอบถามเส้นทางกับนายวโรชาได้ที่ 09-0307-5216.

ที่มา>>>Thairath