พลอย ชิดจันทร์ พาลูก ๆ ดูแพนด้า ที่เชียงใหม่ คือบั่บ…น่ารักทั้งคนทั้งแพนด้า

 * พลอย ชิดจันทร์ พาลูก ๆ ดูแพนด้า ที่เชียงใหม่ คือบั่บ…น่ารักทั้งคนทั้งแพนด้า *

พลอย ชิดจันทร์

พลอย ชิดจันทร์ จูงมือลูก ๆ พาดูขบวนแพนด้าน่ารักที่ ประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ ตื่นตาดี๊ด๊าสุด ๆ ทั้งคุณแม่และคุณลูก

เป็นคุณแม่ลูก 4 ที่ทั้งยังสาว และสวยมาก ๆ เลย สำหรับสาวพลอย ชิดจันทร์ ที่สาว ๆ ทั้งโสดและไม่โสดต่างพากันอิจฉาครอบครัวและลูก ๆ ที่น่ารักของเธอ ล่าสุด (19 มีาคม 2559) สาวพลอยก็ได้พาลูก ๆ ไปสัมผัสความน่ารักกับ แพนด้านับร้อยจากโครงการ 1600 Pandas+ World Tour in Thailand ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี ที่พากันยกขบวนไปประจำการอยู่ ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่

งานนี้ไม่เพียงแต่ บรรดาลูก ๆ ของสาวพลอยต่างก็ออกอาการตื่นเต้นกันสุด ๆ แม้แต่คุณแม่เองก็ชื่นชอบแบบสุด ๆ พาเด็ก ๆ โพสต์ท่าถ่ายภาพความประทับใจกันยกใหญ่ ไม่หวั่นแม้อากาศและแดดที่ร้อนจัด ออร่าท้าแดดสุด ๆ ไปเลยล่ะ เอ้า… 1 2 3 แชะ

ภาพจาก Instagram ploychidjun

นักศึกษามะกันขโมยป้ายโฆษณาชวนเชื่อในโรงแรมเกาหลีเหนือ

 * นักศึกษามะกันขโมยป้ายโฆษณาชวนเชื่อในโรงแรมเกาหลีเหนือ *

กล้องวงจรปิดบันทึกหลักฐานชัดเจน นาทีนักศึกษาชาวอเมริกันแอบขโมยป้ายข้อความปลุกใจ ขณะพักอยู่ในโรงแรมที่เกาหลีเหนือ จนเป็นเหตุถูกโสมแดงลงโทษหนัก ใช้แรงงาน 15 ปี เจ้าตัวอ้างกำลังร้อนเงิน จึงตั้งใจนำไปขายแลกรถยนต์

นักศึกษามะกันขโมยป้ายโฆษณาชวนเชื่อในโรงแรมเกาหลีเหนือ

วันที่ 18 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เดอะซัน เปิดเผยคลิปวิดีโอหลักฐานมัดตัว นายออตโต วอร์มเบีย นักศึกษาหนุ่มชาวอเมริกันจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย วัย 21 ปี ขณะที่กำลังปลดป้ายข้อความปลุกใจที่แขวนอยู่บนผนังในโรงแรมนานาชาติยางกักดู ประเทศเกาหลีเหนือ จนเป็นเหตุให้เขาถูกศาลตัดสินโทษให้ใช้แรงงานหนัก 15 ปี

ในคลิปวิดีโอ ปรากฏภาพโถงทางเดินยาวในโรงแรมนานาชาติยางกักดู และนายออตโต ที่กำลังเอื้อมมือไปปลดแผ่นป้ายดังกล่าวออกจากผนัง แล้ววางมันลงกับพื้น

ทั้งนี้ ผู้ที่ระบุตัวหัวขโมยในคลิปว่าเป็นนายออตโต ก็คือนายบยอง ผู้เป็นไกด์ให้กับคณะทัวร์ของนักศึกษารายนี้นั่นเอง

นาย ออตโตได้กล่าวในงานแถลงข่าวว่า เขาขโมยแผ่นป้ายเพราะมีคนในโบสถ์อเมริกันต้องการมัน และยื่นข้อเสนอว่าจะรับแลกมันกับรถยนต์มูลค่า 10,000 เหรียญ (ราว 350,000 บาท) ซึ่งตัวเขาเองก็ตอบตกลง เพราะสถานการณ์ทางการเงินของครอบครัวกำลังอยู่ในขั้นวิกฤต

นักศึกษามะกันขโมยป้ายโฆษณาชวนเชื่อในโรงแรมเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้ นายออตโตยังกล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า “ผมขอความกรุณา ขอให้ยกโทษให้ผม ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่เพื่อครอบครัวของผม”

ด้าน ท่าทีของสหรัฐอเมริกาต่อเหตุดังกล่าว ได้มีการประณามการตัดสินที่เกินกว่าเหตุของศาลเกาหลีเหนือ และเรียกร้องให้ปล่อยตัวเขาทันที แต่ทั้งนี้ ไม่มีสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำอยู่ในกรุงเปียงยาง เรื่องการต่อรองจึงเป็นหน้าที่ของเอกอัครราชทูตจากประเทศสวีเดนแทน

อย่าง ไรก็ดี คำตัดสินในคดีของนายออตโต มีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ลงนามในคำสั่งการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือฉบับใหม่ จึงคาดกันว่าการตัดสินเกินกว่าเหตุนี้ น่าจะถือเป็นการตอบโต้ท้าทายสหรัฐอเมริกาและนานาประเทศนั่นเอง
ภาพจาก Elvis nació en Argentina… NOT! สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบ

หนูน้อยถูกรถแล่นทับอย่างจังทั้งล้อหน้า-หลัง แต่ไม่ตาย ลุกเดินได้เฉย

 * หนูน้อยถูกรถแล่นทับอย่างจังทั้งล้อหน้า-หลัง แต่ไม่ตาย ลุกเดินได้เฉย *

หนูน้อยชะตาแข็ง ถูกรถตู้วิ่งชน-ล้อทับร่างอย่างจัง แต่กลับรอดตาย แถมลุกเดินต่อได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เด็กน้อยถูกรถเหยียบ จีน

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2559 เฟซบุ๊กสำนักข่าว CCTV ของจีน เผยคลิปเหตุการณ์สุดช็อก ซึ่งกล้องวงจรบริเวณปิดมุมถนนในเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู สามารถบันทึกภาพไว้ได้ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (9 มีนาคม) เด็กชายวัย 4 ขวบรายหนึ่งวิ่งเล่นตามเพื่อนอีกคนบนถนนโดยไม่ทันได้ระวัง ขณะนั้นมีรถตู้วิ่งผ่านมาชนร่างของเด็กร่วงไปกองกับพื้น ก่อนจะแล่นทับร่างเด็กน้อยเข้าเต็ม ๆ ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง แต่คนขับไม่แม้แต่จะหยุดรถลงมาดู กลับวิ่งต่อไปเฉยราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เด็กน้อยถูกรถเหยียบ จีน

แต่แล้วเหมือนปาฏิหาริย์ เมื่อเด็กชายคนนี้กลับลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินไปต่อได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ก็คาดว่าหนูน้อยคงได้รับบาดเจ็บ เพราะเดินได้ไม่กี่ก้าวก็ทรุดลงนั่ง ก่อนจะพยายามลุกเดินต่อด้วยอาการขากะเผลก จากรายงานล่าสุดเปิดเผยว่า เด็กชายเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว ในตอนนี้อาการทรงตัว

เด็กน้อยถูกรถเหยียบ จีน

อย่างไรก็ตาม เกิดกระแสที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความไร้มนุษยธรรมของคนขับรถตู้คันดังกล่าว ที่ไม่มีแม้แต่จะจอดรถลงมาดูแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้คดีกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการสืบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ภาพจาก Live Leak สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

จับพระเมาไม่ได้สติ-พูดไม่รู้เรื่องสึก หลังชาวบ้านพบหมดสภาพที่ บขส.หนองบัวลำภู

 * จับพระเมาไม่ได้สติ-พูดไม่รู้เรื่องสึก หลังชาวบ้านพบหมดสภาพที่ บขส.หนองบัวลำภู *

จับพระเมา

จับพระสงฆ์เมากลางสถานีขนส่งผู้โดยสาร หนองบัวลำภูสึก หลังไม่ได้สติ พูดไม่รู้เรื่อง ตรวจค้นพบเครื่องดื่มบำรุงร่างกาย 2 ขวด

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ได้เข้าไปตรวจสอบที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร เขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู หลังจากได้รับแจ้งว่า มีพระสงฆ์ 1 รูปเมาสุราอยู่ พบว่า มีพระรูปดังกล่าวจริง แต่ไม่แน่ใจว่าเมาหรือไม่สบายกันแน่ จึงได้ค้นในย่าม พบมีเครื่องดื่มบำรุงร่างกายตราพญานาค 2 ขวด ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงพยายามปลุกให้ตื่น แต่ก็ไม่ตื่น สุดท้ายก็หามไปสึกที่วัดพิศาลรัญญาวาส เพราะกระทำผิดวินัยสงฆ์

สำหรับข้อมูลเบื้องต้น พระสงฆ์รูปดังกล่าวชื่อ นายอภิเดช จำปาหอม วัย 45 ปี บรรพชาที่วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี

ภาพจาก สปริงนิวส์

เจ้าตูบเคราะห์ร้ายต้องตัดขาทั้ง 4 หลังคนใจโหดเอาลวดมัดแน่นจนเน่า

 * เจ้าตูบเคราะห์ร้ายต้องตัดขาทั้ง 4 หลังคนใจโหดเอาลวดมัดแน่นจนเน่า *

หมาถูกตัดขา

เจ้าชิชิ ตูบน่าเวทนา ถูกมัดขาทิ้งไว้ที่ตลาดประเทศเกาหลีใต้ จนขาทั้ง 4 ข้างเน่า ต้องตัดทิ้งทั้งหมด โชคดีเจอครอบครัวใจดี ตอนนี้ได้มีชีวิตใหม่อีกครั้งที่อเมริกา ชีวิตแฮปปี้มาก ๆ

เว็บไซต์เดลี่เมล เผยเรื่องราวของเจ้าชิชิ สุนัขเพศเมีย สายพันธุ์ผสมโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ อายุ 2 ปี ที่ต้องเผชิญทุกข์จากคนใจร้าย มันถูกพบในถุงขยะที่นำมาทิ้งแถวหลังตลาดค้าเนื้อในประเทศเกาหลีใต้ ในสภาพน่าเวทนามาก ขาของมันทั้ง 4 ข้างถูกลวดมัดเอาไว้แน่นจนมองเห็นไปถึงเส้นเอ็นและกระดูกด้านใน

หมาถูกตัดขา

ทางกลุ่มช่วยเหลือสุนัขในเกาหลีใต้จึงได้เข้าช่วยเหลือไว้ และพาเจ้าชิชิไปหาสัตวแพทย์ยังคลินิกสัตว์ในกรุงโซล เพื่อทำการรักษา แต่เนื่องจากขาทั้ง 4 ข้างถูกมัดไว้จนเน่า แพทย์จึงจำเป็นต้องตัดทิ้ง และใส่ขาเทียมให้กับมัน

หมาถูกตัดขา

เจ้าชิชิได้เรียนรู้วิธีใช้ขาเทียมอยู่ที่คลินิกนานอยู่ 2 เดือน จนกระทั่งมันได้รับข่าวดีเมื่อครอบครัวอเมริกันใจดี ริชาร์ดและอลิซาเบธ โฮเวลล์ พร้อมกับ เมแกน ลูกสาววัย 12 ปี จากเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา เกิดสงสารขอเป็นผู้อุปถัมภ์รับมันไปเลี้ยงดู ซึ่งที่บ้านก็มีสุนัขเลี้ยงอยู่แล้ว 3 ตัวด้วยกัน

อ่านเพิ่มเติม เจ้าตูบเคราะห์ร้ายต้องตัดขาทั้ง 4 หลังคนใจโหดเอาลวดมัดแน่นจนเน่า

โจ๋กร่างไม่กลัว ก.ม. ไล่ยิงคู่อริลั่นเมืองตรัง หวิดดับ 2 ราย

โจ๋กร่าง

โจ๋ตรังกร่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เผย เคยท้าดวลปืน ระหว่าง “แก๊งควนขนุน กับ แก๊งนัฐ คลองน้ำเจ็ด” เจอหน้าคู่อริกระหน่ำ 9 มม. และลูกซอง ขับรถไล่ล่าชักปืนถล่มคู่อริ บาดเจ็บ 2 ราย ตร.เร่งขอหมายศาลจับตัวคนร้าย

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 59 ร.ต.อ.มังกร ชัยเพชร์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง รับแจ้งมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนควนขนุน ตำบลทับเที่ยง เขตเทศบาลนครตรัง หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภูมิ บาลทิพย์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองตรัง ร.ต.อ.ณฐดนย์ นพรัตน์ รอง สวป. ร้อยเวร 20 สายตรวจรถยนต์ 204 และสายตรวจอินทรีย์ ชุด 4 กำลังชุดสืบสวน หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง รุดไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนหนึ่งตกใจตื่นออกมาดูเหตุบนท้องถนน และพบกองเลือดหยดเป็นทางยาวหลายจุด ส่วนผู้บาดเจ็บถูกยิงจำนวน 2 ราย ทราบชื่อคือ นายณรงฤทธิ์ หรือกัน ชิดจันทร์ อยู่บ้านเลขที่ 45/3 ถ.ควนขนุน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง มีบาดแผลโดนยิงเข้าที่บริเวณหน้าอกด้านขวาและที่ขาขวา อาการสาหัส และนายพันธกานธ์ หรือปอ ล้อมคง อยู่บ้านเลขที่ 82/3 ม.3 ต.โคกหล่อ (เขตรอยต่อชุมชนควนขนุน) อ.เมือง จ.ตรัง กระสุนโดนที่ศีรษะและไหล่ขวา ทางเจ้าหน้าจึงรีบนำร่างโชกเลือดนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ตรัง อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ตรวจสอบวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 ปลอก และเศษกระดาษหมอนรองกระสุนปืนชนิดลูกซองจำนวน 2 แผ่น จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายณรงฤทธิ์ หรือกัน ขับรถจักรยานยนต์ มีนายพันธกานธ์ หรือปอ นั่งซ้อนท้าย และนายมาย กับภรรยา ชื่อ น.ส.ขวัญ (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) กับพวกขับรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งออกมาเป็นกลุ่มจากบ้านนายพันธกานธ์ บอกจะไปหาของกินที่ตลาดสดท่ากลาง อำเภอเมืองตรัง ระหว่างทางเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบเห็นกลุ่มคนร้ายจำนวนประมาณ 7-8 คน ขับรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะคันละ 2 คน และบางคัน 3 คน ไล่ล่าชักปืนยิงใส่กลุ่มของผู้บาดเจ็บ เสียงปืนดังสนั่นลั่นทั้งเมือง 1 ในผู้บาดเจ็บรู้จักและจำหน้าคนร้ายได้แม่นคือ นายณัฐพงษ์ ชูจักร์ หรือนัฐ ขาใหญ่คลองน้ำเจ็ด อายุ 20 ปี อยู่ 43/3 ม.1 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง ถืออาวุธปืนแล้วใช้อาวุธปืนยิงมายังกลุ่มผู้บาดเจ็บ หลังก่อเหตุจึงบึ่งรถขับหลบหนีไป

สาเหตุเป็นการขัดแย้งกันระหว่างกลุ่มวัยรุ่นคลองน้ำเจ็ด กับ กลุ่มวัยรุ่นควนขนุน สอบถามได้ความว่า มีการท้าทายยิงกันก่อนหน้านี้แล้ว กระทั่งมาเจอหน้าจึงก่อเหตุกระหน่ำไล่ยิงดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสอบสวน เรียกประจักษ์พยานมาสอบปากคำและพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อเสนอต่อศาลขอออกหมายจับกุมแก๊งคนร้ายโดยเร็ว.

ที่มา>>>Thairath

ผู้บริหาร เมก้า เสียใจเหตุสลดตึก SCB ยันยึดมาตรฐาน ปัดเกิดประกายไฟ

ผู้บริหาร

ผู้บริหาร เมก้า เสียใจเหตุสลดตึกเอสซีบี ยันรับว่าจ้างมาเปลี่ยนระบบดับเพลิงจากไพโรเจน เป็นไนโตรเจน ย้ำไม่เกิดประกายไฟ ทำตามมาตรฐานรักษาความปลอดภัย พร้อมช่วยเหลือเยียวยา จ่ายญาติผู้เสียชีวิตรายละ 1.5 แสน คนเจ็บ คนละ 5 หมื่น…

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. นายอดิศร โฟดา กรรมการผู้จัดการ และ นายณพงศ์ สุขสงวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมก้า แพลนเน็ต จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต คดีระบบป้องกันอัคคีภัยไพโรเจน อาคารเอสซีบีปาร์คขัดข้อง จนมีผู้เสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บ 7 คน เมื่อคืนวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยนายณพงศ์ ยืนยันว่า วันเกิดเหตุพนักงานของบริษัทได้เข้าไปปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัย จากระบบเดิมที่อาคารได้ว่าจ้างบริษัทอื่นติดตั้งระบบไพโรเจนไว้ เป็นระบบไนโตรเจนแทน โดยปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดในการปรับปรุงทั้ง ด้านเทคนิค ขั้นตอนการติดตั้งระบบไนโตรเจน ว่าจะเกี่ยวกับระบบไพโรเจนหรือไม่ รวมถึงการปิดระบบ และบุคคลที่เข้าไปทำงาน ในวันเกิดเหตุเนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พร้อมยืนยัน การปรับปรุงระบบไม่มีประกายไฟเกิดขึ้น ทำตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยทุกอย่าง โดยได้รับประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยจากกระทรวงแรงงาน อย่างไรก็ตาม รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องเเบบนี้ เเละไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น พร้อมช่วยเหลือเยียวยา โดยให้เงินกับญาติผู้เสียชีวิต รายละ 1 แสน 5 หมื่นบาท และช่วยเหลือผู้ได้บาดเจ็บรายละ 5 หมื่นบาท ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งบางส่วนช่วยเหลือด้วยหลักมนุษยธรรมไปเเล้ว โดยยืนยันผู้บริหารทุกคนไม่คิดหนี

ทั้งนี้ บริษัทเมก้า แพลนเน็ต จำกัด เปิดทำการตั้งแต่ปี 2547 ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุใดๆ ครั้งนี้ถือเป็นวิกฤติของบริษัท จะนำไปเป็นบทเรียนเพื่อปรับปรุงการทำงานให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น.

ที่มา>>>Thairath

‘พลอยชมพู’ ปัดด่ากลับคนวิจารณ์เสียงร้อง ไม่ซีเรียส

พลอยชมพู

นักร้องสาว”พลอยชมพู” ปัดด่ากลับคนวิจารณ์เสียงร้อง บอกไม่ซีเรียส เชื่อแฟนคลับเข้าใจ  ยิ้มคนเชียร์เป็นคู่จิ้น หนุ่ม”ต่อ ธนภพ”

หลังจากที่มีคนมาคอมเม้นต์แรงว่า “เสียงเหมือนควายแสบคอ” ในเอ็มวีเพลง “ปลิว” สำหรับนักร้องสาว“พลอยชมพู” ทำให้ตนต้องตอบกลับแฟนคลับไป แต่ไม่ได้ใช้คำหยาบคายอะไร

ล่าสุด สาวพลอย ให้สัมภาษณ์ว่า “เอ็มวีเล่นกับต่อ ดีใจที่ทุกคนชอบกัน เห็นแล้วค่ะ ดีใจที่คนจิ้น เรื่องเสียงพลอยเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ซีเรียสอะไร ที่พิมพ์ตอบไปเขาไม่ได้ชี้แนะจะปรับปรุงตรงไหน หนูตอบแบบขำ ๆ ไม่ได้ใช้คำหยาบคาย เชื่อว่าแฟนคลับเข้าใจกันดี คนให้กำลังใจเยอะ

ไม่ได้อีโคสูง หนูเป็นตัวของหนู ไม่ได้คิดว่าตัวเองมีอีโคสูง ไม่นอยด์ที่โดนวิจารณ์ เราอยากจะทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด หนูอาจจะไม่ได้เนื้อเสียงดี แต่ก็พยายามปรับปรุงวิธีการร้องค่ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างไปเรียนร้องเพลง แต่ก็มีฝึกร้องด้วยตัวเอง ไม่นอยด์นะ หนูรู้ตัวเองดี อาจจะมีคนชอบและคนไม่ชอบ ก็เป็นเรื่องปกติ ผู้ใหญ่ไม่ได้ว่าอะไร เขาก็ขำกัน มีคนมาแนะนำเรื่องการร้องให้ดีขึ้นค่ะ”

ขอขอบคุณภาพจาก อินสตาแกรม@jannineweigel

ที่มา>>>sanook

หมัดเด็ด! น้ำเพชร สวนกลับวิธีกรวดน้ำไฮโซม่านฟ้า / เจ๊เผือก

น้ำเพชร1

ขิงก็ราข่าก็แรงจริงๆ สำหรับคู่ฟัดกัดไม่ปล่อยรหว่าง ไฮโซม่านฟ้า และสาว น้ำเพชร สุณัณณิการ์ ที่กลับมามีกระแสพูดถึงอีกครั้งเมื่อไฮโซม่านฟ้าออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวและกรวดน้ำสตอเบอร์รี่ที่ใครก็รู้ว่าคนที่เธอนั้นกรวดน้ำให้นั้นก็คือสาวน้ำเพชร และก็ดูจะไม่จบง่ายๆ ซะแล้วเพราะไม่ทันข้ามวันสาวน้ำเพชรก็ออกมาสวนกลับโพสต์ภาพและข้อความบอกวิธีกรวดน้ำที่ถูกต้องให้สาวม่านฟ้าว่า

การกรวดน้ำ คือ พิธีกรรมทีศักดิ์สิทธิอย่างหนึ่งของชาวพุทธที่นิยมกระทำกันหลังจากทำบุญทำทานเสร็จแล้ว ซึ่งปัจจุบันนี้ ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกรวดน้ำอยู่มาก วันนี้ เรามาทำความเข้าใจให้ถูกกัน…นะคะ ควรตั้งใจ ตั้งจิตเป็นกุศลด้วยจิตที่บริสุทธิ์ ควรสำรวมจิตใจ อย่าให้จิตฟุ้งซ่าน ปลูกศรัทธา ความเชื่อและความเลื่อมใสให้มั่นคงในจิตใจ ผลของบุญและการอุทิศส่วนบุญย่อมมีอานิสงค์มากผลบุญที่เราอุทิศไปให้ ถ้าไม่มีใครมารับก็ยังคงเป็นของเราอยู่ครบถ้วน ไม่มีผู้ใดจะมาโกงหรือแย่งชิงไปได้เลย

ควรเป็นน้ำที่สะอาด ไม่มีสีและกลิ่น และเมื่อกรวดก็ควรรินลงในที่สะอาดและไปเทในที่สะอาด ควรใช้บทกรวดน้ำที่สั้นๆหรือใช้บทกรวดน้ำย่อก็ได้ เช่น “อิทัง โน ญาตีนังไหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย ขออุทิศส่วนบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญแล้วนี้ จงสำเร็จแก่ พ่อ แม่ ญาติ ครูอาจารย์ ผู้มีพระคุณเจ้ากรรมนายเวร และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ขอจงได้รับส่วนบุญกุศลครั้งนี้โดยเร็วพลัน และโดยทั่วถึงกันเทอญ”

ศาสนาพุธเป็นศาสนาประจำชาติไทยเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทยไว้ให้ทำแต่สิ่งดีงาม อย่าเอาศาสนาที่คนไทยเลื่อมใสศรัทธามาเป็นเครื่องมือในการทำเพื่อตอบสนองเพียงแค่อารมณ์หรือโทสะส่วนตัวเพราะมันคือการหมิ่นศาสนา และเร็วๆ นี้ก็คงจะออกมาชี้แจ้งอีกครั้ง โอ้ยๆๆๆ ศึกนี้ไม่จบง่ายๆ ค่าคู้นนนน

น้ำเพชร2

ที่มา>>>sanook

เผยภาพด้านหลังตัวเครื่องของ iPhone 7 มาพร้อมเลนส์กล้องที่ใหญ่กว่าเดิม

 * เผยภาพด้านหลังตัวเครื่องของ iPhone 7 มาพร้อมเลนส์กล้องที่ใหญ่กว่าเดิม *

iphone 7

iphone 7

เว็บไซต์จอมหลุดชื่อดังของฝรั่งเศส NowhereElse.fr ได้ทำการปล่อยภาพที่เชื่อว่า น่าจะเป็นภาพตัวเครื่องด้านหลังของ iPhone 7 ออกมาให้ชมและได้ลุ้นกันแล้ว

โดยภาพที่ถูกปล่อยออกมาดังกล่าวนั้น เผยให้เห็นว่าฝาหลังของตัวเครื่อง iPhone รุ่นต่อไปเตรียมจะมาพร้อมเลนส์กล้องขนาดใหญ่ และจะไม่นูนออกมามากเหมือนรุ่นเดิม ในขณะที่เสารับสัญญาณ WiFi ที่เป็นแถบเส้นพาดอยู่ด้านหลังตัวเครื่อง ก็ได้มีการปรับย้ายไปไว้ที่ขอบของตัวเครื่องแทน ยังคงมาในรูปแบบดีไซน์ที่คล้ายกัน

ส่วนด้านดีไซน์ตัวเครื่องนั้น น่าจะยังคงมาในรูปแบบเดียวกันกับ iPhone 6 และ 6s เพียงแต่ทาง Apple มีการปรับขนาดให้ดูบางมากขึ้นอีกเล็กน้อย ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าใน iPhone รุ่นใหม่นี้จะยังคงมาพร้อมพอร์ตหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรหรือไม่ หลังจากมีกระแสข่าวลือว่าทาง Apple น่าจะทำการตัดออกไป ส่วนบทสรุปจะเป็นอย่างไรนั้น เราคงต้องติดตามกันต่อไปอีกครั้ง

แหล่งข่าวและภาพประกอบเพิ่มเติม : NowhereElse.fr