‘บิ๊กตู่’ ใช้ ม.44 แก้ภัยแล้ง-ชาวนาหันปลูกเห็ดสร้างรายได้

บิ๊กตู่1

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. หลังจากภัยแล้งได้ขยายวงกว้าง ขณะที่น้ำต้นทุนในเขื่อนเหลือน้อยใช้ได้เพียงอุปโภคและบริโภค โดยรัฐบาลขอความร่วมมืองดการทำนา ส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยสู้ภัยแล้ง นายวันลบ จันทร์พวง อายุ 40 ปี ชาวนาอยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 5 ต.ศรีพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง เปิดเผยว่า ได้หยุดทำนา 10 ไร่ แล้วหันมาขุดบ่อบาดาล ปลูกเห็ดฟาง สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวในช่วงหน้าแล้งมีรายได้ตกวันละ 200-400 บาท การทำเห็ดฟางใช้ทุนต่ำ โดยเก็บฟางข้าวตามกลางนาและผักตบชวามาแตกแห้งแล้วนำมาแช่น้ำให้ชุ่มผสมกับฟางข้าวแล้วใส่อ่างย่ำจนได้ที่แล้ว ทำแปลงดินขนาดกว้าง 1.20 เมตร ยาว 4 เมตร ใช้ตะกร้าพลาสติก เจาะก้นนำฟางข้าวที่แช่น้ำผสมกับผักตบชวาแล้วนำเชื้อเห็ดฟางวางทับลงแล้วใช้เท้าเหยียบให้แน่น โดยวางเป็นคู่แปลงละประมาณ 12 ก้อน ใช้พลาสติกคลุม ประมาณ 1 สัปดาห์ก็เก็บผลผลิตได้ ใช้ทุนประมาณ 50 บาท ต่อแปลง เก็บเกี่ยวต่อร่องได้ 3-4 กก. ขายอยู่ที่ราคา กก.ละ 100 บาท

บิ๊กตู่2

จ.ฉะเชิงเทรา นายสุรพล อนุสรหิรัญการ ผอ.โครงการชลประทานพระองค์ไชยานุชิต และเจ้าหน้าที่ ได้นำอุปกรณ์วัดค่าความเค็มในน้ำพบว่าอยู่ที่ 1.42 กรัม/ลิตร ซึ่งสูงเกินค่ามาตรฐานที่จะนำไปใช้ผลิตน้ำประปา นายสุรพล เปิดเผยว่า โครงการชลประทานพระองค์ไชยานุชิตรับผิดชอบพื้นที่ฝั่งขวาของแม่น้ำบางปะกง มีพื้นที่การเกษตรประมาณ 200,000 ไร่ สภาพน้ำในลำคลองมีความเค็ม เนื่องจากพื้นที่ด้านล่างส่วนใหญ่เป็นบ่อกุ้ง บ่อปลา รวมทั้งน้ำไหลซึมซับปล่อยลงคลอง ทำให้น้ำที่มีความเค็มไหลย้อนขึ้นมา จึงได้ร่วมกับอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และการประปาฉะเชิงเทรา ทำทำนบชะลอการไหลย้อนของน้ำที่คลองเปร็งและคลองอุดมชลจร เพื่อไม่ให้น้ำไหลย้อนเข้าคลองนครเนื่องเขต หรือคลองท่าไข่ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับการผลิตนํ้าประปา

นายสุรพลเปิดเผยอีกว่าปัจจุบันพื้นที่ฝั่งขวาของแม่น้ำบางปะกง ได้รับการช่วยเหลือด้วยการระบายน้ำจากเขื่อนมโนรมย์ จ.ชัยนาท วันละ 350,000 ล้าน ลบ.เมตร มาตามแม่น้ำป่าสักและมาทาง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าคลองระพีพัฒน์ เข้าคลอง 13 มายังประตูระบายน้ำบึงฝรั่ง ในเขตหนองจอก ก่อนระบาย เข้าคลองแสนแสบก่อนระบายเข้าคลองบางขนากไปยังคลองพระองค์ไชยานุชิต คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองนครเนื่องเขต ก่อนเข้าคลองสาขาต่างๆในพื้นที่ ใน 1 สัปดาห์มีการบริหารจัดการน้ำ 2 พื้นที่คือพื้นที่โครงการชลหารพิจิตรใช้น้ำ 3 วัน และพื้นที่โครงการพระองค์ไชยานุชิตใช้น้ำ 4 วัน มั่นใจว่าจะสามารถแก้ปัญหาการขาด แคลนน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชน รวมทั้งการผลิตน้ำประปาได้

บิ๊กตู่3

เมื่อเวลา 12.20 น. วันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการใช้มาตรา 44 ในการขับเคลื่อนแผนงานการบริหารน้ำให้สอดคล้องกันว่า ตนต้องการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง และต้องบวกกระทรวงศึกษาธิการเข้าไปด้วยในเรื่องการสอนคน เรื่องการวิจัยและพัฒนาต้องเข้ามาร่วมกลุ่มด้วยเพื่อนำไปสู่การทำแผนงานโครงการที่สอดคล้องกันหมดว่าจะทำอย่างไรประชาชนจะมีรายได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ถ้าคิดเป็นกิจกรรมแบบนี้ทั้ง 19 กระทรวงจะมาร่วมกันทุกงาน เพื่อจะได้เกิดผลทีเดียว ถ้าทุกคนแยกกระทรวงกันไปก็จะทำงานในแท่งของตัวเองคนเดียว วันนี้ตนเป็นคนบูรณาการทั้งหมดอยู่แล้วว่าใครจะต้องไปทำอะไร ทุกกระทรวงมีความเกี่ยวข้องเรื่องน้ำทั้งงบบาดาล งบขุดบ่อเหมือนกันหมด แต่มากบ้างน้อยบ้าง ดังนั้น ต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนเพื่ออะไร เพื่อใครที่ไหนจะได้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะที่ผ่านมาไม่ต่อเนื่อง

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก 22 มี.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ได้ขอให้ประชาชนเห็นความสำคัญของทรัพยากรน้ำด้วยการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า รักษาความสะอาดแหล่งน้ำ ภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะปรากฏการณ์เอลนินโญ ปริมาณน้ำสำรองที่มีอยู่น้อยของไทยเกิดจากการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดในอดีต รัฐบาลนี้ได้วางแผนรับมือประคับประคอง สถานการณ์บรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่วิกฤติ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณพี่น้องเกษตรกรในหลายพื้นที่ที่เสียสละประโยชน์ส่วนตัว เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม ด้วยการงดปลูกข้าว รวมทั้งขอบคุณภาคธุรกิจเอกชนที่ร่วมประกาศลดการใช้น้ำลงร้อยละ 30 แต่อย่างไรก็ตาม ต้องขอความร่วมมือไปยังประชาชนทั่วประเทศให้ใช้น้ำอย่างประหยัด.

ที่มา>>>Thairath

‘ปู’ถึงศาลฎีกาฯ ไต่สวนพยาน คดีจำนำข้าว ปัด ตอบแก้รธน.

ปู1

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไต่สวนพยานโจทก์นัด 5 คดีจำนำข้าว มวลชนรอมอบดอกไม้ให้กำลังใจ-หญิงชูป้าย’จีทูจีเก๊’เกือบป่วน เจ้าหน้าที่เชิญตัวออกทัน

วันที่ 23 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. โดยมีทีมทนายความเดินทางมาร่วมไต่สวนพยานฝ่ายโจทก์ เป็นนัดที่ 5 คดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตจำนำข้าว ทั้งนี้ มี น.ส.ขัดติยา สวัสดิผล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และนายสมหวัง อัสราษี แกนนำนปช. มารอพบและให้กำลังใจที่หน้าศาลฎีกาฯด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีท่าทีที่ยิ้มแย้มทันทีที่ลงจากรถยนต์ส่วนตัว โดยมีการโบกมือทักทายกลุ่มพี่น้องประชาชนที่มารอต้อนรับ ทั้งยังมีการมอบดอกกุหลาบให้เป็นกำลังใจ ก่อนที่อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงจะเดินเข้าไปในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ที่ดูแลและรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดบริเวณโดยรอบศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ปู2

‘นส.ยิ่งลักษณ์’พร้อมพลพรรคมาถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ท่ามกลางกองเชียร์มาให้กำลังใจ

ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ส่วนตัวมีความมั่นใจในพยานคดีจำนำข้าวฝ่ายของตน แต่ไม่ขอตอบคำถามของผู้สื่อข่าว กรณีให้แสดงความคิดเห็นการแก้ รธน.ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กรธ.บอกเพียงสั้นๆ ว่า ขอให้ทาง กรธ.ฟังความคิดเห็นทุกฝ่ายให้รอบด้าน.

ปู3

สาวชูป้าย’จีทูจีเก๊’ทำเกือบวุ่นวาย เพราะกองเชียร์ น.ส. ไม่พอใจ สุดท้ายเจ้าหน้าที่เชิญตัวออก

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ มีเหตุการณ์ เจ้าหน้าตำรวจและรปภ.ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เข้าเจรจาและเชิญตัวผู้หญิงคนหนึ่ง ออกไปจากพื้นที่ เมื่อหญิงคนดังกล่าวเข้ามาชูป้าย “จีทูจีเก๊” สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มกองเชียร์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นอย่างมากถึงกับโห่ไล่ ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย

ที่มา>>>Thairath

กทม. จัดสงกรานต์ 12-14 เม.ย. 2559 สั่งทุกพื้นที่เลิกสาดน้ำ 3 ทุ่ม

 * กทม. จัดสงกรานต์ 12-14 เม.ย. 2559 สั่งทุกพื้นที่เลิกสาดน้ำ 3 ทุ่ม *

สงกรานต์ 2559

กทม. จัดงานสงกรานต์ 2559 ช่วงวันที่ 12-14 เมษายนนี้ ระบุเลิกสาดน้ำเวลา 21.00 น. ทุกพื้นที่ หวังช่วยประหยัดน้ำใช้หน้าแล้ง

วันที่ 22 มีนาคม 2559 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยเรื่องการจัดกิจกรรมวันสงกรานต์ 2559 ผ่านเฟซบุ๊ก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ระบุว่า ในปีนี้ กทม. จะจัดงานเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2559 เป็นเวลา 3 วัน คือ ระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน 2559

โดยกิจกรรมหลักจะจัดขึ้นที่ท้องสนามหลวง เป็นกิจกรรมทางศาสนา เริ่มตั้งแต่วันที่ 12-14 เมษายน 2559 มีการทำบุญตักบาตร การสวดมนต์ขึ้นปีใหม่ไทย และเนื่องในโอกาสที่กรุงรัตนโกสินทร์ครบรอบ 234 ปีแห่งการสถาปนา

นอกจากนี้ การจัดงานสงกรานต์ของ กทม. อาทิ ถนนสีลมหรือถนนข้าวสารนั้น ยังคงมีการจัดงานตามปกติ แต่ให้จัดเพียง 3 วัน คือ วันที่ 12-14 เมษายน และเลิกงานเวลา 21.00 น. ของทุกวันจัดงาน เพื่อให้สนุกสนานกันอย่างพอประมาณและสร้างจิตสำนึกในการลดการใช้น้ำ เพราะหลายพื้นที่กำลังเผชิญปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งยังเป็นรณรงค์การเล่นน้ำแบบรู้คุณค่าของน้ำอีกด้วย

ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร

จับพระเมาไม่ได้สติ-พูดไม่รู้เรื่องสึก หลังชาวบ้านพบหมดสภาพที่ บขส.หนองบัวลำภู

 * จับพระเมาไม่ได้สติ-พูดไม่รู้เรื่องสึก หลังชาวบ้านพบหมดสภาพที่ บขส.หนองบัวลำภู *

จับพระเมา

จับพระสงฆ์เมากลางสถานีขนส่งผู้โดยสาร หนองบัวลำภูสึก หลังไม่ได้สติ พูดไม่รู้เรื่อง ตรวจค้นพบเครื่องดื่มบำรุงร่างกาย 2 ขวด

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ได้เข้าไปตรวจสอบที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร เขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู หลังจากได้รับแจ้งว่า มีพระสงฆ์ 1 รูปเมาสุราอยู่ พบว่า มีพระรูปดังกล่าวจริง แต่ไม่แน่ใจว่าเมาหรือไม่สบายกันแน่ จึงได้ค้นในย่าม พบมีเครื่องดื่มบำรุงร่างกายตราพญานาค 2 ขวด ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงพยายามปลุกให้ตื่น แต่ก็ไม่ตื่น สุดท้ายก็หามไปสึกที่วัดพิศาลรัญญาวาส เพราะกระทำผิดวินัยสงฆ์

สำหรับข้อมูลเบื้องต้น พระสงฆ์รูปดังกล่าวชื่อ นายอภิเดช จำปาหอม วัย 45 ปี บรรพชาที่วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี

ภาพจาก สปริงนิวส์

โจ๋กร่างไม่กลัว ก.ม. ไล่ยิงคู่อริลั่นเมืองตรัง หวิดดับ 2 ราย

โจ๋กร่าง

โจ๋ตรังกร่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เผย เคยท้าดวลปืน ระหว่าง “แก๊งควนขนุน กับ แก๊งนัฐ คลองน้ำเจ็ด” เจอหน้าคู่อริกระหน่ำ 9 มม. และลูกซอง ขับรถไล่ล่าชักปืนถล่มคู่อริ บาดเจ็บ 2 ราย ตร.เร่งขอหมายศาลจับตัวคนร้าย

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 59 ร.ต.อ.มังกร ชัยเพชร์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง รับแจ้งมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนควนขนุน ตำบลทับเที่ยง เขตเทศบาลนครตรัง หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภูมิ บาลทิพย์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองตรัง ร.ต.อ.ณฐดนย์ นพรัตน์ รอง สวป. ร้อยเวร 20 สายตรวจรถยนต์ 204 และสายตรวจอินทรีย์ ชุด 4 กำลังชุดสืบสวน หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง รุดไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนหนึ่งตกใจตื่นออกมาดูเหตุบนท้องถนน และพบกองเลือดหยดเป็นทางยาวหลายจุด ส่วนผู้บาดเจ็บถูกยิงจำนวน 2 ราย ทราบชื่อคือ นายณรงฤทธิ์ หรือกัน ชิดจันทร์ อยู่บ้านเลขที่ 45/3 ถ.ควนขนุน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง มีบาดแผลโดนยิงเข้าที่บริเวณหน้าอกด้านขวาและที่ขาขวา อาการสาหัส และนายพันธกานธ์ หรือปอ ล้อมคง อยู่บ้านเลขที่ 82/3 ม.3 ต.โคกหล่อ (เขตรอยต่อชุมชนควนขนุน) อ.เมือง จ.ตรัง กระสุนโดนที่ศีรษะและไหล่ขวา ทางเจ้าหน้าจึงรีบนำร่างโชกเลือดนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ตรัง อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ตรวจสอบวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 ปลอก และเศษกระดาษหมอนรองกระสุนปืนชนิดลูกซองจำนวน 2 แผ่น จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายณรงฤทธิ์ หรือกัน ขับรถจักรยานยนต์ มีนายพันธกานธ์ หรือปอ นั่งซ้อนท้าย และนายมาย กับภรรยา ชื่อ น.ส.ขวัญ (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) กับพวกขับรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งออกมาเป็นกลุ่มจากบ้านนายพันธกานธ์ บอกจะไปหาของกินที่ตลาดสดท่ากลาง อำเภอเมืองตรัง ระหว่างทางเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบเห็นกลุ่มคนร้ายจำนวนประมาณ 7-8 คน ขับรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะคันละ 2 คน และบางคัน 3 คน ไล่ล่าชักปืนยิงใส่กลุ่มของผู้บาดเจ็บ เสียงปืนดังสนั่นลั่นทั้งเมือง 1 ในผู้บาดเจ็บรู้จักและจำหน้าคนร้ายได้แม่นคือ นายณัฐพงษ์ ชูจักร์ หรือนัฐ ขาใหญ่คลองน้ำเจ็ด อายุ 20 ปี อยู่ 43/3 ม.1 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง ถืออาวุธปืนแล้วใช้อาวุธปืนยิงมายังกลุ่มผู้บาดเจ็บ หลังก่อเหตุจึงบึ่งรถขับหลบหนีไป

สาเหตุเป็นการขัดแย้งกันระหว่างกลุ่มวัยรุ่นคลองน้ำเจ็ด กับ กลุ่มวัยรุ่นควนขนุน สอบถามได้ความว่า มีการท้าทายยิงกันก่อนหน้านี้แล้ว กระทั่งมาเจอหน้าจึงก่อเหตุกระหน่ำไล่ยิงดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสอบสวน เรียกประจักษ์พยานมาสอบปากคำและพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อเสนอต่อศาลขอออกหมายจับกุมแก๊งคนร้ายโดยเร็ว.

ที่มา>>>Thairath

ผู้บริหาร เมก้า เสียใจเหตุสลดตึก SCB ยันยึดมาตรฐาน ปัดเกิดประกายไฟ

ผู้บริหาร

ผู้บริหาร เมก้า เสียใจเหตุสลดตึกเอสซีบี ยันรับว่าจ้างมาเปลี่ยนระบบดับเพลิงจากไพโรเจน เป็นไนโตรเจน ย้ำไม่เกิดประกายไฟ ทำตามมาตรฐานรักษาความปลอดภัย พร้อมช่วยเหลือเยียวยา จ่ายญาติผู้เสียชีวิตรายละ 1.5 แสน คนเจ็บ คนละ 5 หมื่น…

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. นายอดิศร โฟดา กรรมการผู้จัดการ และ นายณพงศ์ สุขสงวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมก้า แพลนเน็ต จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต คดีระบบป้องกันอัคคีภัยไพโรเจน อาคารเอสซีบีปาร์คขัดข้อง จนมีผู้เสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บ 7 คน เมื่อคืนวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยนายณพงศ์ ยืนยันว่า วันเกิดเหตุพนักงานของบริษัทได้เข้าไปปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัย จากระบบเดิมที่อาคารได้ว่าจ้างบริษัทอื่นติดตั้งระบบไพโรเจนไว้ เป็นระบบไนโตรเจนแทน โดยปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดในการปรับปรุงทั้ง ด้านเทคนิค ขั้นตอนการติดตั้งระบบไนโตรเจน ว่าจะเกี่ยวกับระบบไพโรเจนหรือไม่ รวมถึงการปิดระบบ และบุคคลที่เข้าไปทำงาน ในวันเกิดเหตุเนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พร้อมยืนยัน การปรับปรุงระบบไม่มีประกายไฟเกิดขึ้น ทำตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยทุกอย่าง โดยได้รับประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยจากกระทรวงแรงงาน อย่างไรก็ตาม รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องเเบบนี้ เเละไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น พร้อมช่วยเหลือเยียวยา โดยให้เงินกับญาติผู้เสียชีวิต รายละ 1 แสน 5 หมื่นบาท และช่วยเหลือผู้ได้บาดเจ็บรายละ 5 หมื่นบาท ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งบางส่วนช่วยเหลือด้วยหลักมนุษยธรรมไปเเล้ว โดยยืนยันผู้บริหารทุกคนไม่คิดหนี

ทั้งนี้ บริษัทเมก้า แพลนเน็ต จำกัด เปิดทำการตั้งแต่ปี 2547 ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุใดๆ ครั้งนี้ถือเป็นวิกฤติของบริษัท จะนำไปเป็นบทเรียนเพื่อปรับปรุงการทำงานให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น.

ที่มา>>>Thairath

สาวทะเลาะ จ.ส.อ. คว้าปืนจ่อขมับตัวเอง ยื้อแย่งจนปืนลั่นดับสยองคารถ

 * สาวทะเลาะ จ.ส.อ. คว้าปืนจ่อขมับตัวเอง ยื้อแย่งจนปืนลั่นดับสยองคารถ *

สาวทะเลาะ จ.ส.อ.

สาววัย 28 ทะเลาะ จ.ส.อ. บนรถ อ้างฝ่ายหญิงคว้ามือไปหยิบปืนจ่อขมับเอง ก่อนยื้อแย่งกันไปมา สุดท้ายปืนลั่นดับ เผยเอาผ้าห่มคลุมให้ แต่ตกใจรีบวิ่งหนี

วันที่ 11 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่เมาะ จ.ลำปาง รับแจ้งเหตุมีคนถูงยิงภายในรถยนต์ บริเวณลานคลองถม ตลาดชุมชนแม่เมาะ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จึงรุดไปตรวจสอบ ทั้งนี้เมื่อไปถึงยังที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เชฟโรเลตสีขาวจอดอยู่ใต้ต้นไม้ ภายในรถพบศพ นางสาวตูน (นามสมมติ) อายุ 28 ปี สภาพถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบชนิดที่ขมับด้านขวา เลือดไหลนองเต็มเบาะ นั่งเสียชีวิตอยู่ที่เบาะข้างคนขับ และมีผ้าคลุมร่างเอาไว้ด้วย

สาวทะเลาะ จ.ส.อ.

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายมีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนแห่งหนึ่ง มีรูปร่างหน้าตาสะสวย ก่อนเกิดเหตุมีพยานยืนยันว่า ผู้ตายนั่งรถมากับทหารยศ จ.ส.อ. นายหนึ่ง จึงเรียกตัวมาสอบสวน ซึ่ง จ.ส.อ. รายนี้ ให้การว่า รู้จักกับผู้ตายมาแล้วสักพัก ก่อนเกิดเรื่องได้พากันไปนั่งดื่มสุรากับกลุ่มเพื่อน จากนั้นพอขับรถกลับ ตนและผู้ตายเกิดมีปากเสียงกันรุนแรง ช่วงหนึ่งผู้ตายเอื้อมมือไปคว้าปืนลูกโม่ ขนาด .38 มาจ่อขมับตัวเอง ตนก็พยายามจะยื้อแย่ง แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดคิด เมื่อปืนลั่นกระสุนเจาะขมับเสียชีวิตคาที่ ส่วนตนตอนนั้นทำอะไรไม่ถูก จึงนำผ้าห่มมาคลุมร่างและวิ่งหนีไปทันที ก่อนโทรรายงานผู้บังคับบัญชาว่าไม่มีเจตนาฆ่าอย่างแน่นอน

ภาพจาก TopnewsThailand สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

นางสงกรานต์ 59 มณฑาเทวี! ทรงพาหุรัดทัดดอกจำปา ธัญญาหารบริบูรณ์ น้ำน้อย

นางสงกรานต์59

ประกาศสงกรานต์ปี 59 นางสงกรานต์ทรงนามว่า มณฑาเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกจำปา นอนมาบนหลังลา 13 เม.ย. เป็นวันมหาสงกรานต์ วันเสาร์เป็นธงชัย วันพุธเป็นอธิบดี น้ำน้อย ฝนตกในโลกมนุษย์ 50 ห่า ธัญญาหารจะบริบูรณ์…

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงวัฒนธรรม ได้มีประกาศสงกรานต์ ปีพุทธศักราช 2559 ปีวอก ผีเสื้อผู้ชาย ธาตุเหล็ก อัฐศก จุลศักราช 1378 ทางจันทรคติ เป็นปกติ มาสวาร ทางสุริยคติ เป็นอธิกสุรทิน วันที่ 13 เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ ทางจันทรคติตรงกับวันพุธ ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 5 เวลา 20 นาฬิกา 00 นาที 00 วินาที

นางสงกรานต์ ทรงนามว่า มณฑาเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกจำปา อาภรณ์แก้วไพฑูรย์ ภักษาหารนมเนย พระหัตถ์ขวาทรงเหล็กแหลม พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จไสยาสน์ลืมเนตรมาเหนือหลังคัสพร (ลา) เป็นพาหนะ วันที่ 16 เมษายน เวลา 00 นาฬิกา 34 นาที 12 วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่ เป็น 1378 ปีนี้ วันเสาร์เป็นธงชัย วันพุธเป็นอธิบดี วันศุกร์เป็นอุบาทว์ วันศุกร์เป็นโลกาวินาศ ปีนี้ วันจันทร์เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 500 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 50 ห่า ตกในมหาสมุทร 100 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 150 ห่า ตกในเขาจักรวาล 200 ห่า นาคให้น้ำ 20 ตัว เกณฑ์ธัญญาหารได้เศษ 6 ชื่อ ลาภะ ข้าวกล้าในภูมินาจะได้ผล 9 ส่วน เสีย 1 ส่วน

ธัญญาหาร ผลาหาร มัจฉมังษาหารจะบริบูรณ์อุดมสมบูรณ์ ประชาชนทั้งหลายจะเป็นสุขสมบูรณ์แล เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีวาโย (ลม) น้ำน้อย.

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์

เจ้าใบหยก ควายหล่อที่สุดในไทย ราคาทะลุล้าน ป่วยตายแล้ว

 * เจ้าใบหยก ควายหล่อที่สุดในไทย ราคาทะลุล้าน ป่วยตายแล้ว *

เจ้าใบหยก ควายหล่อ

เจ้าใบหยก ควายหล่อ

เจ้าใบหยก ควายหล่อที่สุดในประเทศ เจ้าของแชมป์ควายงามกว่า 40 สนาม ป่วยตายแล้ว เจ้าของนิมนต์พระมาสวดส่งวิญญาณก่อนฝัง

วันที่ 10 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าใบหยก ควายยักษ์ที่หล่อที่สุดในประเทศไทยของนายสมบัติ ธรรมละเอียด เจ้าของบิ๊กไอซ์ฟาร์ม ได้ป่วยตายแล้ว โดยนายสมบัติ เปิดเผยว่า เจ้าใบหยก ล้มป่วยได้ประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ตนพาเจ้าใบหยกไปตระเวนโชว์ตัวที่งานประกวดควายไทย จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตลอดเวลาที่เดินทาง เจ้าใบหยกเกิดอาการอาหารไม่ย่อย ทำให้ท้องอืดกระทั่งเดินทางกลับมาที่ฟาร์ม ตนจึงให้สัตวแพทย์มาตรวจ ปรากฏว่า เจ้าใบหยกมีอาการกระเพาะปัสสาวะอุดตันร่วมด้วยและเกิดการติดเชื้อ ซึ่งสัตวแพทย์ได้ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการ แต่เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (9 มีนาคม) เจ้าใบหยกลุกไม่ได้ หอบ และได้จากไปอย่างสงบ

นายสมบัติ กล่าวต่อว่า ตนและครอบครัวเสียใจกับการจากไปของเจ้าใบหยกมาก เพราะที่ผ่านมาตลอด 7 ปี ตนก็เลี้ยงดูเจ้าใบหยกเหมือนเป็นคนในครอบครัว ยามว่างจะมาเข้ามาเล่นด้วยตลอดเวลา ซึ่งการตายครั้งนี้ถือว่าเร็วเกินไป วันนี้จึงได้นิมนต์พระมาทำพิธีสวดบำเพ็ญกุศลเพื่อส่งวิญญาณเจ้าใบหยกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะนำไปฝังภายในฟาร์ม

สำหรับเจ้าใบหยกนั้นเป็นควายไทยเพศผู้ อายุ 7 ปี น้ำหนักตัว 1,200 กิโลกรัม และเคยคว้าแชมป์การประกวดควายไทยที่สวยงามที่สุดกว่า 40 สนาม รวมถึงยังได้รับรางวัลพระราชทานแชมป์ออฟเดอะแชมป์ เรียกได้ว่าเป็นควายไทยที่สวยสูงสง่าที่สุดในประเทศไทย ส่งผลให้ค่าตัวพุ่งสูงถึง 5 ล้านบาท ส่วนจุดเด่นของเจ้าใบหยกนั้น คุณสมบัติ บอกว่า ตาเป็นแต้ม แก้มเป็นจ้ำ มีสีดำขลับทั้งตัว มีบั้งสีขาวพาดทั่วคอ ถุงเท้าสีขาวทั้ง 4 ด้าน

ภาพจาก krobkruakao

สวดบังสุกุลให้”เจ้าใบหยก”ควายยักษ์หนัก 1.2 ตัน-ค่าตัว 5 ล้าน หลังป่วยตายกะทันหัน

ควาย1

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งที่บิ๊กไอซ์ฟาร์ม หมู่ 1 ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลส่งดวงวิญญาณ ‘เจ้าใบหยกควายยักษ์พันธุ์ไทยแท้แชมป์ 40 สนามแห่งประเทศไทย หลังตายด้วยอาการป่วยกะทันหันเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยมีนายอิทธิพล ผ่องบุพกิจ นายอำเภอพรหมพิราม เข้าร่วมพิธีดังกล่าว

ควาย2

นายสมบัติ ทำละเอียด เจ้าของบิ๊กไอซ์ฟาร์ม นายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย เปิดเผยว่า เจ้าใบหยกอายุ 7 ปีเพศผู้ มีน้ำหนัก 1,200 กิโลกรัม เป็นควายพันธุ์ไทยแท้ที่เป็นขวัญใจประชาชนคว้าแชมป์การประกวดควายไทยที่สวยงามที่สุดกว่า 40 สนาม และได้รับรางวัลพระราชทานแชมป์ออฟเดอะแชมป์ เรียกได้ว่าเจ้าใบหยกเป็นควายไทยที่สวยสูงสง่าที่สุดในประเทศไทย ค่าตัวพุ่งสูงถึง 5 ล้านบาท ก่อนที่เจ้าใบหยกจะล้มมีอาการป่วยจากการเนื้ออักเสบ เนื่องจากพยายามปีนคอกเมื่อช่วงสัปดาห์เศษที่ผ่านมา จากนั้นได้นำไปโชว์ตัวที่งานประกวดควายไทยในพื้นที่จ.พิษณุโลก ตั้งแต่ช่วงวันที่ 27 ก.พ. และได้เดินทางต่อไปโชว์ตัวที่จ.เชียงใหม่ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ได้ออกเดินทางไปโชว์ตัวได้มีอาการกระเพาะอาหารไม่ย่อย ทำให้มีอาการท้องอืด จนกระทั่งเดินทางกลับมาที่ฟาร์ม จึงได้ให้แพทย์ทำการตรวจอาการพบว่าเจ้าใบหยกมีอาการกระเพาะปัสสาวะอุดตันด้วย และกระเพาะอาหารพลิก ทำให้ระบบย่อยอาหารไม่ทำงาน นอกจากนั้นเกิดอาการติดเชื้อ ซึ่งทางแพทย์ได้ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการ แต่เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา เจ้าใบหยกมีอาการลุกรนนอนไม่ได้และได้ล้มลง กระทั้งตายเมื่อช่วงเวลา 22.00 น.ที่ผ่านมา

ควาย3

นายสมบัติ กล่าวอีกว่า การจากไปของเจ้าใบหยกในครั้งนี้ สร้างความเสียใจให้กับตนเอง ครอบครัวและวงการควายไทยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเจ้าใบหยกเป็นควายที่เรียกว่าเป็นแชมป์ออฟเดอะแชมป์กว่า 40 สนาม ได้รับถ้วยพระราชทานและยังไม่มีควายตัวใดที่สามารถมาแทนเจ้าใบหยกได้ ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมาที่ได้ทำการเลี้ยงดูเจ้าใบหยกอย่างดี ตนรู้สึกเหมือนว่าจะใบหยกเป็นบุคคลหนึ่งในครอบครัว ยามว่างตนก็จะมาคลุกคลรอยู่กับเจ้าใบหยกตลอดเวลา ซึ่งการจากไปในครั้งนี้ของเจ้าใบหยกเรียกได้ว่าเร็วเกินไป วันนี้จึงได้ทำพิธีสวดบำเพ็ญกุศล เพื่อส่งวิญญาณและใบหยกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะนำร่าง ฝังในหลุมขนาด 4 คูณ 4 เมตร ภายในบริเวณฟาร์มของตน

ที่มาของภาพ:ข่าวสดออนไลน์